+100%-

บทที่สอง ปะทะสัตว์อสูรลิงจ๋อ

ทุ่งหญ้าหน้าเมือง คงหวินยืนมองดูเหล่าผู้เล่นที่กำลังต่อสู้กับสัตว์อสูรชนิดต่างๆ อยู่อย่างมากมาย เขาพยายามมองหาสัตว์อสูรที่ไม่มีผู้เล่นสู้ด้วยอยู่เพียงไม่นานก็เจอสัตว์อสูรลิงมีความสูงเท่าเอวของเขาตัวหนึ่งยืนอยู่ห่างจากเขาพอสมควร
ทำให้เขามองไม่เห็นตัวมันในทีแรก

คงหวินเดินเข้าไปหาสัตว์อสูรลิงที่เขาหมายตาไว้พลางดึงดาบออกมาจากกระเป๋าไอเท็ม เมื่อคงหวินเดินเข้าไปถึงในระยะโจมตีของมันเสียงเตือนจากระบบก็ดังขึ้นภายในหัวของเขา

“สัตว์อสูรลิงจ๋อระดับสิบเตรียมโจมตี”

พอเสียงจากระบบจบลง เจ้าสัตว์อสูรลิงจ๋อมันก็กระโจนเข้าโจมตีคงหวินด้วยความรวดเร็วสุดเปรียบปรานเกินกว่าผู้เล่นที่มีเพียงระดับหนึ่งอย่างคงหวินจะมองตามได้ทัน

ฉึก! “โอ้ย!”

กรงเล็บของสัตว์อสูรลิงจ๋อฟาดเข้าถูกฝีข้างของคงหวินอย่างจัง ทำให้ชุดผู้เล่นเริ่มต้นขาดเป็นทางยาวเลือดจากบาดแผลไหลทลักออกมาเป็นสาย คงหวินกุมบาดแผลด้วยความเจ็บกรามขบแน่น

“ทำไมมันเจ็บแบบนี้ว่ะเนี่ย นี่มันเกมแน่เหรอว่ะ ทำได้เหมือนจริงชะมัด!”

คงหวินกัดฟันพูดน้ำเสียงคำรามในลำคอ สัตว์อสูรลิงจ๋อเมื่อมันโจมตีศัตรูได้สำเร็จมันก็ไม่ปล่อยให้คู่ต่อสู้ของมันรอนาน มันอ้าปากโชว์เขี้ยวคมกริบกระโจนเข้าหาคงหวินในทันที

“ได้คืบจะเอาศอกนะโว้ย”

คงหวินพูด ในมือขวาถือดาบส่วนมือซ้ายกำชับฝักดาบไว้แน่น เมื่อเจ้าสัตว์อสูรลิงจ๋อเข้ามาในระยะที่เขาสามารถที่จะโจมตีถูก ฝักดาบในมือซ้ายก็ฟาดเข้าใส่หมายให้ถูกบริเวณปากที่มีเขี้ยวอันคมกริบของมัน
เสียงพลั่กดังขึ้นพร้อมๆ กับที่ดาบในมือขวาถูกตวัดตามการโจมตีครั้งแรกเข้าไปติดๆ

ฉับ! “เจี๊ยก!”

สัตว์อสูรลิงจ๋อร้องขึ้นเมื่อคมดาบในมือคงหวินจมลึกเข้าไปในโคนขาด้านขวาของมัน คงหวินดึงดาบออกแล้วฟันเข้าไปจุดเดิมอีกครั้งท้ำให้ขาของสัตว์อสูรลิงจ๋อห้อยต่องแต่งอย่างหน้ากลัว
เลือดค่นๆ ไหลริมลงพื้นดินเป็นทาง

คงหวินไม่ปล่อยให้คู่ต่อสู้ของเขาตั้งตัวได้ทัน ฝักดาบในมือซ้ายทำการโจมตีหลอกล่อให้สัตว์อสูรลิงจ๋อขวั้ยเขวก่อนที่คมดาบในมือขวาจะตวัดฟาดฟันเข้าใส่บริเวณลำคอของมันสุดกำลังเท่าที่ระดับตอนนี้จะทำได้
คมดาบวิ่งฝ่าอากาศดังขวับตรงเข้าใส่เป้าหมายอย่างรวดเร็วและรุนแรง

ฉับ !”ครอก!”

เสียงร้องครั้งสุดท้ายของสัตว์อสูรลิงจ๋อดังขึ้นปนไปกับเสียงคมดาบจมผ่านเลือดเนื้อบริเวณลำคอของมัน ร่างที่ไร้วินยานของสัตว์อสูรลิงจ๋อล้มครืนลงกับพื้นพร้อมๆ
กับที่เสียงของระบบดังขึ้น

“ผู้เล่นคงหวินสังหารสัตว์อสูรลิงจ๋อระดับสิบตาย ได้รับเงินห้าสิบหยวนเปียว ได้รับมีดสั้นระดับหนึ่งหนึ่งเล่ม  เนื่องจากสะสมค่าประสบการณ์ครบ ผู้เล่นคงหวินจึงได้เลื่อนระดับเป็นระดับสอง”

หลังจากที่เสียงของระบบจบลง คงหวินก็พาร่างที่สะบักสะบอมมานั่งพักที่ใต้ต้นไม้ใหญ่เพื่อรอให้ร่างกายที่บาดเจ็บฟื้นตัว จะว่าไปเขาก็สามารถที่จะใช้บรรดาน้ำยาต่างๆ
ที่เขาเพิ่งซื้อมามารักษาก็ได้ แต่คงหวินคิดว่าการบาดเจ็บในครั้งนี้ไม่ได้มากมายอะไรเขาจึงรอให้ระบบค่อยๆ ฟื้นฟูให้จะดีกว่า

สายลมเอื่อยๆ พัดมาต้องผิวกายทำให้คงหวินไม่รู้สึกว่าเขาอยู่ในเกมอีกต่อไป ด้วยบรรยากาศประกอบกับความรู้สึกต่างๆ ที่ได้สำผัดมันชั่งเหมือนโลกแห่งความเป็นจริงอย่างไรอย่างนั้น
คงหวินใช้เวลาที่ร่างกายค่อยๆ ฟื้นตัวดื่มด่ำกับธรรมชาติที่หาจากโลกภายนอกได้ยากยิ่งไปอย่างไม่เร่งรีบ เมื่อร่างกายหายดีครบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์คงหวินก็กดปุ่มที่นาฬิกาแล้วใช้คำสั่งเรียกหน้าต่างสถานะตัวละคอนออกมาดู

หน้าต่างสถานะตัวละคร

ชื่อ: คงหวิน

ระดับ: 2

พลังป้องกัน: 300/300

พลังโจมตี: 200/200

ค่าพลังพิเศษ:

หลังจากที่เก็บหน้าต่างตัวละครเรียบร้อย คงหวินก็ลุกขึ้นปัดฝุ่นตามร่างกายอยู่ในสภาวะพร้อมรพอีกครั้ง คงหวินเดินดูผู้เล่นคนอื่นๆ ตีกับสัตว์อสูรไปเรื่อยๆ จนมาถึงชายป่าใหญ่แห่งหนึ่งที่แลดูเงี่ยบแบบแปลกๆ
แต่คนอย่างคงหวินมีหรือจะใส่ใจ เขายังคงเดินฮำเพลงลึกเข้าไปในป่าเรื่อยๆ จากที่ยังพอมีผู้เล่นอยู่ปะปลายก็กลายเป็นไร้ผู้คนและสงบเงียบไม่มีแม้เสียงใบไม้ขยับจะมีก็เพียงแค่เสียงเดินย่ำของคงหวินผู้ไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองเท่านั้น
ก่อนที่คงหวินจะได้เก้าเท้าต่อไปก็รู้สึกถึงวัตถุบางอย่างบินเฉียดหน้าเขาไปเพียงองคุลีเดียวเท่านั้น

ฉึก!

คงหวินได้ยินอะไรบางอย่างกระทบกับต้นไม้จึงหันไปดู ภาพเบื้องหน้าทำให้เขาถึงกับเย็นสันหลังวาบ ลูกธนูดอกหนึ่งตรึงอยู่กับต้นไม้การที่ต้นไม้ถึงกับสั่นไหวบ่งบอกได้ถึงความแรงอย่างที่สุด

‘บรื้อ!เสียวโว๊ย ถ้าคนยิง ยิงแม่นกว่านี้ตรูไม่ไปเกิดใหม่เลยเหรอว่ะ’

คงหวินคิดในใจอย่างหวาดๆ คงหวินมองไปรอบๆ เพื่อหาเจ้าของของลูกธนูสังหารดอกนี้เมื่อไม่พบเขาจึงตัดสินใจเอ่ยขึ้นเสียงดัง

“เฮ่…สวัสดีครับ อย่ายิงนะครับ ผมเป็นผู้เล่นใหม่ไม่ได้คิดร้ายอะไรนะครับ ออกมาคุยกันดีๆ ก็ได้ครับ!”

หลังจากที่คงหวินพูดจบการตอบรับที่ได้กลับมาก็คือห่าธนูกลุ่มใหญ่ที่ถูกยิงออกมาจาก บริเวณต่างๆของป่า

คงหวินกลิ้งหลบอย่างทุลักทุเล

“บ้าเอ้ย ทำไมไม่คุยกันดีๆ ว่ะ ไอ้พวกไม่มีอารยธรรมเอ้ย!!”

คงหวินตะโกนขึ้นอย่างเดือดดาล เขากลิ้งเข้ามาหลบอยู่ใต้พุ่มไม้หนา ดวงตาสอดส่องมองหาผู้ที่ลอบทำร้าย เสียงเดินย่ำใบไม้หลายเสียงดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนที่กลุ่มคนแต่งตัวแบบมนุษย์ยุคหินจโผร่ออกจากที่ส้อน
ในมือของพวกมันถือเต็มไปด้วยอาวุธหลากหลายชนิดทั้งขวานหิน ทั้งลูกดอก ทั้งธนู หอกไม้แหลม

‘อ๊ากกก…เจออะไรเข้าว่ะตรู ตายแน่ๆ งานนี้’

คงหวินคิดในใจอย่างหวนโหย เหล่าคนป่าค่อยๆ ล้อมเข้ามาใกล้บริเวณที่คงหวินใช้ส้อนตัวเรื่อยๆ คงหวินกัดฟันหยิบระเบิดเพลิงที่เขาซื้อมาได้เพียงสามลูกออกมาไว้ในมือ

‘เอาว่ะ เป็นไงเป็นกัน’

คงหวินคิดแล้วรอให้พวกคนป่าพากันเข้ามาในระยะหวังผล งานนี้ไม่ตายก็รอด!

เมื่อเหล่าคนป่าส่วนใหญ่พากันเข้ามาในระยะหวังผลของระเบิดแล้ว คงหวินก็ตัดสินใจขว้างระเบิดลูกแรกออกไปในวินาทีนั้นก่อนที่จะกลิ้งตัวไปยังพุ่มไม้อีกที่

บรึ้มมม!!

เสียงระเบิดดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วป่าเปลวไฟลามเลียไปตามใบไม้ที่สุมอยู่ตามพื้นอย่างรวดเร็ว เหล่าคนป่าต่างวิ่งหลบหนีสับสนอลหม่าน บางคนหนีไม่ทันก็ถูกไฟคลอกตายอย่างสยดสยอง
ในพุ่มไม้ห่างจากจุดเดิมไปไม่ไกลคงหวินมองดูผลงานของตัวเองอย่างพอใจ

“ฮ่า ฮ่า อย่างพวกแกมันต้องเจอแบบนี้แหละ ฮ่าฮ่า”

คงหวินพูดออกมาอย่างร่าเริง เมื่อเขาเห็นพวกคนป่าอีกหลายคนหลบออกมาได้เขาก็ทำการขว้างระเบิดที่เหลืออยู่ทั้งสองลูกใส่ทันที

บรึ้มมม!บรึ้มมม!

จากไฟที่ไหม้ลุกโหมอยู่แล้วพอได้รับแรงหนุนจากระเบิดอีกสองลูกก็ลุกฮือรุนแรงขึ้นอีกหลายเท่า ควันที่เกิดจากการเผาไม่โขมงกระจายไปทั่วป่า คงหวินสำลักควันไอจนหน้าดำหน้าแดงใช้หลังมือถูจมูกไปมา

“แค็กแค็ก โอ้ยๆ ไม่ไหวแล้วโว้ยไปจากตรงนี้ดีกว่า ขืนอยู่ได้ตายไปกับพวกคนป่าแน่ๆ เลย”

พอเจ้าตัวหายนะพูดจบก็รีบวิ่งแจ้นหายไปจากบริเวณที่เกิดเหตุในทันที