+100%-

TWO Chapter 204 สงครามมู่เย่ ตอนที่ 6

หลังจากที่โอหยางโชวเอาชนะซาโพจุ่นได้ เขาก็มองไปรอบๆเพื่อประเมินสถานการณ์ของสนามรบ

กองกำลังทั้ง 2 กำลังต่อสู้กันในระยะประชิด ในขณะนั้นเอง โอหยางโชวก็พบว่า มีกองกำลังขนาดเล็กกำลังจะฝ่าวงล้อมไปทางทิศใต้ได้

ไม่จำเป็นต้องคิด เขาก็รู้ว่ามันจะต้องเป็นจานหลางและคนอื่นๆแน่

โดยไม่ลังเล โอหยางโชวนำทหารองครักษ์ของเขาไล่ตามพวกเขาไป ระหว่างทาง หลินยี่ได้นำกองพันแนวหน้าที่ 1 เข้าร่วมกับโอหยางโชวด้วย

ข้อได้เปรียบของม้าฉิงฟู่แสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน

หลังจากเคลื่อนที่มาได้ 5 กิโลเมตร โอหยางโชวและทหารของเขาก็ไล่ตามศัตรูทัน

พวกเขาเหลือทหารไม่ถึง 1 กองร้อยเท่านั้น เห็นได้ชัดว่า ทหารเหล่านี้เป็นทหารชั้นสูง ม้าของพวกเขาเร็วกว่าม้าศึกทั่วไป น่าเสียดายที่พวกมันยังไม่สามารถแข่งกับม้าฉิงฟู่ได้

โอหยางโชวเพิ่งตระหนักว่า กองร้อยนี้จะต้องเป็นของซีอ๋องป้าแน่ๆ เขาจำได้ว่าในงานประมูลคราวที่แล้ว ซีอ๋องป้าได้ใช้เงิน 1,200 เหรียญทอง ซื้อเหรียญเปลี่ยนขั้นทหารม้าเกราะหนัก นี่คงจะเป็นทหารจากการเปลี่ยนขั้นของเหรียญนั้น

“พี่ชายซีอ๋องป้า ข้าหวังว่าเราจะเจอกันในสถานการณ์ที่ดีกว่านี้!” โอหยางโชวตะโกนขึ้น

ท่ามกลางกองร้อย ชายคนหนึ่งที่อยู่ด้านในสั่นอยู่ชั่วครู่ เขาไม่คาดคิดว่าโอหยางโชวจะสามารถติดตามเขามาได้เร็วถึงเพียงนี้ แน่นอนว่าชายคนนั้นก็คือ ซีอ๋องป้า แต่เขายังไม่ยอมแพ้ และสั่งให้กองร้อยทหารม้าเกราะหนักของเขาเคลื่อนที่ให้เร็วขึ้น

โอหยางโชวหัวเราะเยาะคำสั่งของซีอ๋องป้า แล้วส่งสัญญาณให้หลินยี่

หลินยี่เข้าใจความหมาย แล้วแยกกองพันออกเป็น 2 ส่วน เตรียมพร้อมจะโจมตีขนาบข้างศัตรู

หลังจากที่กองกำลังของโอหยางโชวได้ล้อมพวกเขาไว้แล้ว ซีอ๋องป้าก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหยุด เขาหันกลับไปมองโอหยางโชว จากนั้น เขาก็กลาวพร้อมกับยิ้มอย่างขมขื่นว่า “พี่ชายหวู่ยี่ ท่านจำเช่นนี้จริงหรือ?” พันธมิตรของเขา เพียวหลิงฮวนก็อยู่ข้างๆเขา

โอหยางโชวมีหัวใจที่แข็งดั่งหิน เขายิ้ม แล้วกล่าวว่า “พี่ชายซีอ๋องป้า ท่านทำได้เพียงโทษตัวเองที่เลือกฝ่ายต่างกับพวกเราเท่านั้น ท่านต้องคิดซัก 2 รอบ ก่อนที่จะเลือก ท่านจะได้ไม่เลือกฝ่ายผิดอีก”

มีบางอย่างแว๊บเข้ามาในความคิดของซีอ๋องป้า เขารู้สึกว่าคำกล่าวนี้มีความหมายอื่นซ่อนอยู่

เป็นไปได้หรือไม่ว่า ฉีเยว่หวู่ยี่ รู้เกี่ยวกับความร่วมมือของตระกูลพวกเขา? แล้วเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไรกัน?

ในขณะที่เขากำลังคิดไปไกลอยู่ชั่วครู่ ใบหน้าของเขาก็ค่อยๆสงบลง เรายิ้ม แล้วกล่าวว่า “พี่ชายหวู่ยี่ การฆ่าข้าก็ไม่ได้มีความหมายอะไร ตี่เฉินยังอยู่ที่เมืองเมิ่งจิน เมื่อเขาอยู่ที่นั่น ผู้เล่นฝ่ายราชวงศ์โจวก็จะไม่อ่อนแอ ทำไมเราไม่ร่วมมือกันล่ะ? ปล่อยข้าไป เลเวลไม่ได้เพิ่มง่ายๆเลยน่ะ”

จิ้งจอกเจ้าเล่ห์นี้พยายามที่จะใช้ไพ่ที่มีชื่อเสียงของเขาอีกครั้ง

โอหยางโชวตระหนักได้ว่า เหตุใดตี่เฉินถึงไม่ได้มาด้วย ดั่งคำกล่าวที่ว่า ‘ผู้ที่รู้จักคุณดีที่สุด ก็คือศัตรูของคุณ’ ตี่เฉินและโอหยางโชวมีประวัติร่วมกันมาพอสมควร ซึ่งเกือบจะทำให้ตี่เฉินจับทางและทำความเข้าใจเกี่ยวกับแผนของโอหยางโชวได้ มันน่าสนใจจริงๆ

“ท่านสามารถปล่อยตี่เฉินให้ข้าจัดการได้ นั่นไม่ใช่สิ่งที่ท่านจำเป็นต้องกังวลเลยพี่ชาย” โอหยางโชวไม่มีปฏิกิริยาใดๆ “ดังนั้น ข้าจึงคิดว่า มันดีที่สุดแล้ว ที่จะส่งท่านกลับไป” เมื่อเขากล่าวจบประโยค เขาก็โบกมือไปข้างหน้าทันที

ทหารองครักษ์และกองพันแนวหน้าเข้าใจ และเริ่มโจมตีในทันที

ซีอ๋องป้าตะลึง เขาแปลกใจจริงๆ แต่เขาก็ยังคงเป็นคนที่น่ายำเกรง เขาหัวเราะ พร้อมกล่าวว่า “ดี พี่ชายหวู่ยี่ ดูเหมือนเราจะเป็นคนประเภทเดียวกัน ข้าขอยอมรับความพ่ายแพ้ของข้าในวันนี้จากใจจริง”

หลังจากที่จัดการกับซีอ๋องป้าและทหารของเขาแล้ว โอหยางโชวก็นำทหารกลับไปที่สนามรบ

เมื่อเขากลับมาถึง การสู้รบก็จบลงแล้ว ม้าที่สูญเสียเจ้านายของพวกมัน ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างช่วยไม่ได้ และเสียงร้องที่เศร้าสร้อยของพวกมันก็ดังก้องไปทั่วทั้งสนามรบ ผู้บาดเจ็บที่อยู่บนพื้นร้องด้วยความเจ็บปวดและโศกเศร้า เลือดสีแดงของพวกเขาย้อมไปทั่วพื้นดิน และมีหอกที่หักแล้ว กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นดิน สามารถมองเห็นความสิ้นหวังได้อย่างชัดเจน

เมื่อจางเลี้ยวและฉินฉีอ๋องเห็นโอหยางโชว พวกเขาก็รีบมาหาโอหยางโชว พร้อมรายงานว่า “เรียนนายท่าน ศัตรูทั้งหมดถูกกำจัดแล้ว”

โอหยางโชวพยักหน้า “ลอร์ดหนีไปได้หรือไม่?”

“นอกเหนือจากกลุ่มที่ท่านตามไปไล่ล่า เราสังหารคนอื่นๆได้ทั้งหมด” จางเลี้ยวไม่ทำให้เขาผิดหวัง

“แล้วพวกทาสล่ะ?” โอหยางโชวถามต่อ

“ข้าได้ส่งทหารไปต้อนพวกเขาทั้งหมดกลับมาแล้ว” โอหยางโชวสั่งให้พวกเขาอย่าฆ่าพวกทาส และจางเลี้ยวก็ทำตามคำสั่งของเขาเป็นอย่างดี

“พาข้าไปหาพวกเขา” โอหยางโชวมีแผนบางอย่างสำหรับพวกทาส

“เข้าใจแล้วขอรับ!”

ถึงแม้ว่าการสังหารหมู่จะกินเวลาถึงครึ่งชั่วโมง แต่จำนวนผู้เสียชีวิตของเหล่าทาส ก็แค่หลักหมื่นเท่านั้น หลุมที่พวกเขาขุด ตอนนี้เต็มไปด้วยเลือดของพวกทาสคนอื่นๆที่ตาย

โอหยางโชวขี่ม้าไปข้างหน้าเหล่าทาส แล้วตะโกนว่า “ข้าคือตัวแทนผู้เล่น ฉีเยว่หวู่ยี่ พวกเจ้าได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้ว เป็นราชวงศ์ซางที่ปกป้องพวกเจ้า คอยรักษาจิตวิญญาณและร่างกายของพวกเจ้า แล้วประเทศของพวกเจ้า ชนเผ่าของพวกเจ้าเล่า พวกเขาได้ละทิ้งพวกเจ้าดั่งกองขยะที่ไร้ประโยชน์ ตอนนี้ พวกเจ้าได้มายืนอยู่บนขอบหน้าผาแล้ว พวกเจ้าไม่มีที่ไหนให้ไปอีกแล้ว…”

“นายท่านโปรดช่วยพวกเราด้วย ช่วยพวกเราด้วย!” ทาสบางคนเริ่มร้องขอความช่วยเหลือจากเขา

“ช่วยพวกเรา…..ช่วยพวกเราด้วย…..” ในที่สุด ทุกคนก็เริ่มเรียกร้องขอความช่วยเหลือ

โอหยางโชวยกมือขึ้น เพื่อเป็นสัญญาณให้พวกเขาเงียบ จากนั้น เขาก็กล่าวต่อว่า “พวกเจ้าต้องการจะมีชีวิตอยู่หรือไม่? มันง่ายมาก จงขุดต่อไป สร้างสนามเพลาะนี้ให้เสร็จ เมื่อถึงเวลา จงยกแขนขึ้น และสู้เคียงข้างราชวงศ์ซาง”

ทหารหลวงที่ตี้สินส่งมา ได้เสียชีวิตทั้งหมดแล้ว ดังนั้น โอหยางโชวจึงได้วางกองทหารม้าไว้ที่เมืองมู่เย่ เพื่อให้แน่ใจว่า สนามเพลาะจะเสร็จสมบูรณ์ทันเวลา

จากนั้น โอหยางโชวและทหารองครักษ์ของเขา ก็กลับไปยังเมืองเจ้าเก่อ และรายงานเรื่องนี้ต่อราชาโจวแห่งราชวงศ์ซาง

…………………………………………………………………………..

ณ เมืองเมิ่งจิน

ข่าวการสังหารหมู่เหล่าทาสของกองทัพผู้เล่นได้แพร่กระจายไปทั่วทุกพื้นที่

ราชาหวู่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ผู้เล่นคนอื่นๆยิ่งไม่พอใจยิ่งกว่าเขา ตอนนี้ พวกเขารู้แล้วว่า ชุนเซิ่นจุนและคนอื่นๆได้แอบไปเก็บคะแนนคณูปการสงคราม

แม้ว่าชุนเซิ่นจุนและคนอื่นๆจะถูกซุ่มโจมตี และถูกบังคับให้ออกจากสมรภูมิ ชื่อของพวกเขาก็ยังคงติดอยู่บนลีดเดอร์บอร์ดคะแนนคณูปการสงคราม พวกเขาแต่ละคนมีคะแนนคณูปการสงครามอย่างน้อย 10,000 แต้ม ทำให้ลอร์ดคนอื่นๆอิจฉาเป็นอย่างมาก

แม้ในฐานะตัวแทนผู้เล่น การตัดสินใจของเขาก็ทำให้ผู้เล่นคนอื่นๆรังเกียจ ดังนั้น แม้ว่าเขาจะตายไปแล้ว เขาก็ไม่ได้รับความเมตตาสงสารใดๆจากคนอื่นๆ เขาได้รับเพียงการดูถูกและความรังเกียจจากคนอื่นๆเท่านั้น

ตี่เฉินเป็นคนเดียวในกลุ่มที่ยังอยู่ เขาพยายามมาแทนที่ชุนเซิ่นจุนและรวบรวมเหล่าลอร์ด แต่น่าเศร้า ลอร์ดคนอื่นๆไม่ใว้ใจเขาอีกต่อไป

แม้ว่าเขาจะไม่ได้ไปด้วยตัวเอง เขาก็ส่งทหารของเขาไปกับพวกเขา เขาก็มีส่วนร่วมด้วย บวกกับเมืองหานตานเหลือทหารเพียง 500 นายเท่านั้น แล้วเขามีคุณสมบัติอะไรในฐานะผู้นำ?

เขามีความตั้งใจที่จะนำลอร์ดคนอื่นๆ แต่ลอร์ดคนอื่นๆไม่ได้ยอมรับเขา ดังนั้น ตี่เฉินจึงทำได้เพียง พยายามให้ดีที่สุดในการสู้รบครั้งต่อไปเท่านั้น

โชคดีที่มีลอร์ดบางคนที่มีเหตุผล พวกเขารู้ว่าในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ พวกเขาต้องรวมตัวกัน และยืนเคียงข้างกัน ไม่อย่างนั้น พวกเขาอาจจะพ่ายแพ้ผู้เล่นฝ่ายราชวงศ์ซางได้

ลอร์ดที่มีเหตุผลเหล่านี้ สร้างพันธมิตรของตัวเอง และพวกเขาก็ปฏิเสธที่จะให้ตี่เฉินเข้ามาเป็นผู้นำของพวกเขา

ในเต็นท์ของราชา ราชชาหวู่กำลังโกรธอย่างมาก “ท่านเสนาบดี ตอนนี้เราควรจะทำเช่นไรต่อไปดี? เราควรส่งกองกำลังมากกว่านี้ เพื่อหยุดไม่ให้พวกเขาขุดสนามเพลาะต่อไปดีหรือไม่?”

เจียงซางคัดค้านข้อเสนอนี้ เขายังคงสงบเหมือนทุกครั้ง และจะกล่าวว่า “ฝ่าบาท ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน มันเป็นเพียงแค่การพ่ายแพ้เล็กน้อย มีเฉพาะกองกำลังของผู้เล่นเท่านั้นที่สูญเสีย ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสงคราม” เขารอจนราชาหวู่สงบลง ก่อนจะกล่าวต่อว่า “การส่งทหารไปมากขึ้นไม่เหมาะสมนัก เพราะราชวงศ์ซางก็คงสงทหารมาที่เมืองมู่เย่มากขึ้นแน่นอน สิ่งเดียวที่เราทำได้ในตอนนี้ก็คือ การรอ เราจำเป็นต้องรอให้คนอื่นๆมาถึง แล้วนำกองกำลังทั้งหมดของพวกเรารวมเข้าด้วยกัน หลังจากนั้น เราจะเริ่มสงครามที่เมืองมู่เย่ แล้วดึงราชวงศ์ซางลงมาจากบัลลังก์ของพวกเขา”

แผนที่เจียงซางเสนอนั้นตรงไปตรงมา พวกเขาจะโจมตีและเผชิญหน้ากับราชวงศ์ซางตรงๆในสนามรบ จากข่าวกรองที่เว่ยฉีส่งมา พวกเขามีทหารไม่ถึง 20,000 นาย ในเมืองเจ้าเก่อ ถ้าเจียงซางรู้ว่า ยังมีทหารหน้าไม้อีก 100,000 นาย ที่กำลังได้รับการฝึกฝนอยู่ในเมืองเจ้าเก่อ ไม่รู้ว่าเขาจะคิดเช่นไร?

จี้ฟาหรือราชาหวู่ เขาคิดเรื่องนี้ แล้วกล่าวว่า “ท่านเสนาบดี เราควรส่งสายลับไปติดต่อกับเว่ยฉีหรือไม่? เราจะได้รวบรวมข้อมูลล่าสุดของเมืองเจ้าเก่อได้ พวกเราจะได้รู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงคนที่กำลังช่วยราชวงศ์ซางอยู่ด้วย”

แน่นอนว่าเจียงซางไม่ได้คัดค้าน

……………………………………………………………………………

ในขณะที่ลอร์ดของฝ่ายราชวงศ์โจวเป็นเหมือนแผ่นทรายที่เปราะบาง ลอร์ดของฝ่ายราชวงศ์ซางกลับกลายเป็นปึกแผ่นมากขึ้น โอหยางโชวได้พิสูจน์ด้วยการกระทำของเขาแล้วว่า เขาสามารถนำพวกเขาไปสู่ชัยชนะได้

ตรงกันข้ามกับการตัดสินใจที่เห็นแก่ตัวของชุนเซิ่นจุน การกระทำของโอหยางโชวเต็มไปด้วยความจริงใจ ส่งผลให้ลอร์ดของกองกำลัง 2,000 นาย ที่ไม่เต็มใจเข้าร่วมกับเขาก่อนหน้านี้ ได้เข้าร่วมกับเขาในที่สุด ในขณะนี้ ผู้นำของผู้เล่นฝ่ายราชวงศ์ซาง ได้ถูกโอนมายังพันธมิตรซานไห่โดยสมบูรณ์

ด้วยโอกาสเช่นนี้ โอหยางโชวสามารถเพิ่มศักดิ์ศรีของเขาในหมู่ผู้เล่นได้ ช้าๆและมั่นคง เขาค่อยๆสร้างชื่อเสียงของเขาขึ้นมา นี่เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าโอหยางโชวยังคงทำการตัดสินใจเช่นนี้ต่อไป เขาจะไม่จำเป็นต้องเสียพลังงานของเขา ในการดึงลอร์ดมาเข้าร่วมกับเขาอีกในอนาคต เพราะลอร์ดคนอื่นๆ จะมาหาเขาและเข้าร่วมกับพันธมิตรซานไห่ด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ ชัยชนะดังกล่าวยังเป็นเหมือนกองถ่านในสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยหิมะ

เมื่อผู้คนในเมืองเจ้าเก่อทราบข่าว มันทำให้พวกเขาสบายใจขึ้น ตอนนี้ พวกเขารู้แล้วว่า มีกองกำลังที่แข็งแกร่งยืนอยู่ข้างพวกเขา และจะช่วยพวกเขาสู้กับราชวงศ์โจว

บรรยากาศในเมืองไม่ได้ตึงเครียดเหมือนก่อนหน้านี้ ผู้คนเต็มไปด้วยพลังงาน พวกเขาสมัครใจบริจาคอาการและธัญพืชให้แก่ทหาร ส่งผลให้โลจีสติกส์ทางทหารดีขึ้น และมันช่วยปลดเปลื้องภาวะขาดแคลนอาหารของกองทัพ

ภายใต้การแนะนำของทางการ รถม้าที่เต็มไปด้วยอาหาร ได้ถูกส่งออกไปจากเมืองเจ้าเก่อ ตรงไปยังเมืองมู่เย่

สำหรับอาหาร มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลอีกต่อไป โอหยางโชวเสนอว่า ราชาโจวควรจะมอบอาหารให้แก่พวกทาสเพิ่มขึ้น การกระทำเช่นนี้ จะช่วยทำให้มั่นใจว่า พวกเขาจะมีแรงเพียงพอจะขุดสนามเพลาะของพวกเขาได้ และด้วยการกระทำเช่นนี้ โอหยางโชวได้พิสูจน์ให้พวกทาสเห็นแล้วว่า เขาได้ปฏิบัติตามสัญญาที่เขาให้ไว้แล้ว จากนี้ มันจะทำให้พวกทาสเต็มใจที่จะทำงานมากขึ้น

ในเวลาเดียวกัน หน้าไม้ทั้ง 100,000 คัน ก็ถูกทำเสร็จสิ้น มันถูกแจกจ่ายให้กับพวกทาส ขุนพลเอ้อหลายเป็นผู้ฝึกฝนพวกทาสเหล่านี้ เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะทำสงครามได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขุนพลเอ้อหลายได้แบ่งทหารหน้าไม้ใหม่ 100,000 นาย เหล่านี้ ออกเป็น 10 กองกำลัง กองกำลังละ 10,000 นาย หลังจากนั้น ก็แบ่งเป็น 10 กลุ่ม กลุ่มละ 1,000 นาย ภายใต้การแนะนำของโอหยางโชว มู่กุ้ยหยิงได้นำทหารหน้าไม้(ธนู) 5,000 นาย มาเข้าร่วมการฝึก โดยทุกทหารหน้าไม้ใหม่ 1,000 นาย จะมีทหารหน้าไม้จากกองกำลังผู้เล่น 50 นาย เป็นผู้ช่วยฝึกสอน

โอหยางโชวรวบรวมกองกำลังของผู้เล่น และกองกำลังของระบบเข้าด้วยกัน นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ หากไม่ใช่ว่าตี้สินมีความไว้วางใจในตัวของโอหยางโชวมากพอ เขาคงไม่สามารถทำเช่นนี้ได้

 

แฟนเพจ : TWOแปลไทย