+100%-

TWO Chapter 199 สงครามมู่เย่ ตอนที่ 1

ประกาศจากระบบได้ดังขึ้นอีกครั้งในวันที่ 14 เดือนที่ 8 เวลา 9.00 น.

“ประกาศจากระบบ : 1044 ปีก่อนคริสกาล ในขณะที่กองทัพหลักของราชวงศ์ซางยังคงอยู่ห่างไกลในทางตะวันออก ทำให้เกิดการขาดแคลนกำลังพลในเมืองเจ้าเก่อ ราชาหวู่แห่งราชวงศ์โจวจึงใช้ทรัพยากรทั้งหมดของเขา ในการเพิ่มกำลังพล จากนั้น เขาก็นำทัพข้ามแม่น้ำเหลืองที่เมิ่งจิน ก่อนที่จะร่วมตัวกับกองทัพของพันธมิตรของเขา พวกเขาร่วมกันประกาศสงครามกับราชาโจวแห่งราชวงศ์ซางผู้โหดร้าย ตี้สิน พวกเขาได้เข้าโจมตีเมืองมูเย่โดยตรง สงครามสิ้นสุดลงด้วยความพ่ายแพ้ของตี้สินและการตายของเขา สมรภูมิครั้งที่ 2 – สงครามมูเย่ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ!”

ปัจจุบัน โอหยางโชวเป็นเอิร์ลขั้น 1เขาได้รับอนุญาติให้นำทหารไปได้ 3,000 นาย

กองกำลังที่จะได้เดินทางไปกับเขามีดังนี้

  1. กองพันแนวหน้าที่ 1 และ 2
  2. กรมทหารผสม กองพันที่ 1, 2 และ 3
  3. กองร้อยทหารองครักษ์ของลอร์ด
  4. กองพันทหารม้าแห่งเมืองฉิวซุ่ย 4 กองร้อย

นอกเหนือจากกองพันทหารราบเกราะหนักทั้ง 2 กองพัน จากกรมทหารผสมแล้ว ทหารที่เข้าร่วมอีก 2,000 นาย เป็นทหารม้าที่ขี่ม้าฉิงฟู่ทั้งหมด

กองพันแนวหน้าที่ 1 และกองร้อยทหารองครักษ์เป็นทหารม้าเกราะหนัก พวกเขาทั้งหมดสวมชุดเกราะหมิงกวง, เหน็บดาบถัง, ถือทวน และธนูประกอบ ด้วยอุปกรณ์และค่าสถานะของพวกเขา ตอนนี้ พวกเขาถือเป็นทหารม้าเกราะหนักที่ดีที่สุดในโลก สำหรับกองพันทหารราบเกราะหนัก ด้วยการเติมเต็มจากฝ่ายคลังอาวุธ พวกเขาทั้งหมดสวมชุดเกราะปูเหริน เหน็บดาบถังและถือโล่

“แจ้งเตือนระบบ : สงครามมู่เย่มี 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายราชวงศ์โจวและฝ่ายราชวงศ์ซาง กรุณาเลือกฝ่ายของคุณ?, แจ้งเตือนพิเศษ : หากคุณเลือกฝ่ายที่พ่ายแพ้สงคราม และนำพวกเขาไปสู่ชัยชนะได้ คุณจะได้รับรางวัลพิเศษ ดังนั้น โปรดเลือกอย่างฉลาด!”

“ฝ่ายราชวงศ์ซาง!”

“แจ้งเตือนระบบ : การเลือกฝ่ายเสร็จสิ้น!”

“แจ้งเตือนระบบ : ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นฉีเยว่หวู่ยี่ สำหรับการเริ่มต้นการเทเลพอร์ตคน 3,000 คน, เงิน 3,000 เหรียญทอง จะถูกหักออกโดยอัตโนมัติ”

“แจ้งเตือนระบบ : การเทเลพอร์ตเริ่มขึ้นแล้ว!”

หลังจาที่มึนหัวอยู่ชั่วครู่ โอหยางโชวและกองกำลังของเขา ก็ปรากฎตัวขึ้นในเมืองหลักของฝ่ายราชวงศ์ซาง

“แจ้งเตือนระบบ : ยินดีต้อนรับผู้เล่นฉีเยว่หวู่ยี่ สู่เมืองเจ้าเก่อ ซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งราชวงศ์ซาง”

เมื่อเปรียบเทียบกับความป่าเถื่อนและง่ายของเมืองจักรพรรดิเหลืองในสงครามโจวหลู่ เมืองเจ้าเก่อดูเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองกว่ามาก การปฏิบัติต่อผู้เล่นผู้เล่นนั้นแตกต่างจากสงครามโจวหลู่โดยสิ้นเชิง

หลังจากลงทะเบียนในเมือง ผู้เล่นและกองกำลังของพวกเขา จะถูกย้ายไปยังค่ายขนาดใหญ่ ที่ได้รับการจัดสรรไว้นอกเมือง ค่ายมีการตั้งค่าพิเศษสำหรับผู้เล่น และมีการจัดอาหารให้กับผู้เล่น ดังนั้น พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องเตรียมอาหาร

“วู๊ดซี่!”

โอหยางโชวหันไปทางเสียงที่ตะโกนออกมา น่าประหลาดใจ เขาเห็นสาวสวยในชุดนักผจญภัย ที่ด้านหน้าของเขา เธอดูกล้าหาญและร่าเริง หญิงสาวคนนั้นโบกมือให้โอหยางโชว เธอตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น

ในเกมส์ มีหญิงสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่สามารถเรียกโอหยางโชวว่าวู๊ดซี่ได้ และสาวสวยคนนั้นก็คือ ซ่งเจี๋ย

นี่เป็นครั้งแรกที่โอหยางโชวได้พบซ่งเจี๋ยในเกมส์ เขาไม่คิดเลยว่าสายตาของซ่งเจี๋ยจะน่าอัศจรรย์ขนาดนี้ เธอสามารถแยกแยะเขาจากฝูงชนจำนวนมากได้

ในความเป็นจริง นักผจญภัยอย่างซ่งเจี๋ยจะมีกลิ่นอายและรูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร

โอหยางโชวระงับความตื่นเต้นของตัวเอง และฝากม้าของเขาไว้กับหวังเฟิง ก่อนจะเดินไปหาซ่งเจี๋ยอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งจับมือของเธอ

“ช่างดีจริงๆ กว่าจะได้พบเจ้าในเกมส์ ข้าต้องรอจนมาถึงวันนี้!” โอหยางโชวกล่าวด้วยอารมณ์ที่เปี่ยมล้น

1 วันก่อนสมรภูมิจะเริ่มอย่างเป็นทางการ โอหยางโชวได้เขียนจดหมายถึงซ่งเจี๋ย เขาบอกฝ่ายที่เขาเลือก และหวังว่า เธอจะตามกองกำลังเมืองเทียนซวงมาเข้าร่วมสงครามมู่เย่

ใบหน้าที่สวยงามของซ่งเจี๋ยแดงขึ้นทันที เธอรีบดึงมือกลับ ก่อนจะกล่าวอย่างอายๆว่า “คนโง่ มีคนอยู่รอบๆพวกเรานะ”

คำกล่าวของซ่งเจี๋ยทำให้โอหยางโชวพูดไม่ออก ในโลกจริง ซ่งเจี๋ยไม่เคยรู้สึกอายที่จะต้องจับมือกับเขา หรือจะบอกว่า บรรยากาศโบราณในเกมส์ ที่ผู้หญิงจะเป็นสุภาพสตรี ได้ส่งผลต่อพวกเธอหรือ? เมื่อมองไปที่ไป๋ฮัว, เฟิงฉิวฮวง และผู้หญิงคนอื่นๆ จะเห็นได้ว่าพวกเธอพยายามจะประพฤติตัวเป็นสุภาพสตรีให้มากที่สุด

โชคดีที่ซ่งเหวินเดินเข้ามา และทักทายโอหยางโชวในตอนนั้น เขากล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าคิดว่าท่านคงจะเป็นโอหยางโชวใช่หรือไม่? ข้าเป็นพี่ชายของซ่งเจี๋ย ชื่อว่า ซ่งเหวิน ยินดีที่ได้พบ”

จากนั้น เขาก็ชี้ไปที่ชายหนุ่มอีกคนที่สวมชุดนายทหาร แล้วกล่าวว่า “นั่นเป็นน้องชายของข้า ซ่งหวู่”

โอหยางโชวรีบตอบกลับคำทักทายของซ่งเหวิน และพยักหน้าให้กับซ่งหวู่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าเขารับรู้

หลังจากที่ได้พูดคุยกัน โอหยางโชวก็ได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับกองกำลังของเมืองเทียนซวง ในปัจจุบัน ซ่งเหวินเป็นวิสเคาท์ระดับ 2 เขานำทหารมาได้เพียง 200 นาย และทั้งหมดก็เป็นทหารโล่ดาบธรรมดา โดยมีซ่งหวู่เป็นผู้บัญชาการ

ซ่งหวู่ยังคงอายุน้อยและเป็นนักรบ เมื่อเขาเห็นชุดเกราะหมิงกวงและอุปกรณ์ของโอหยางโชว จึงช่วยไม่ได้ที่เขาจะน้ำลายไหล จะมีนักรบคนใดกันที่จะสามารถต้านทานการเย้ายวนของชุดเกราะหมิงกวงที่มีคุณภาพสูงเช่นนี้ได้กัน? เมื่อเขาเห็นท่าทางของน้องชาย ซ่งเหวินก็รู้สึกอับอายมาก

อย่างไรก็ตาม โอหยางโชวไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เขาหันไปหาหวังเฟิงและพยักหน้า หวังเฟิงเข้าใจความหมายที่โอหยางโชวจะสื่อ เขาพาคนของเขาบางคนไปกับเขา จากนั้น พวกเขาก็กลับมาพร้อมกับม้าศึงฉิงฟู่ชั้นสูง

ก่อนที่จะออกเดินทาง โอหยางโชวได้พิจารณาสิ่งที่เขาควรจะมอบให้พี่น้องซ่งเป็นของขวัญ พวกเขาจะกลายเป็นที่เขยของเขาในอนาคต ดังนั้น เขาจะต้องแสดงความเคารพต่อพวกเขา

ในปฏิบัติการไฟป่า เขายึดมาฉิงฟู่มาได้มากกว่า 6,000 ตัว ในบรรดาม้าเหล่านี้ มีม้าศึกฉิงฟู่ชั้นสูง 20 ตัว หลังจากแจกจ่ายให้กับนายทหารของเมืองซานไห่แล้ว ก็ยังคงเหลืออีก 10 ตัว โดยไม่ได้คิดอะไรมาก โอหยางโชวตัดสินใจมอบพวกมันให้กับพวกเขาคนละ 1 ตัว แน่นอนว่าต้องมีม้าศึกฉิงฟู่ชั้นสูงอีกตัวสำหรับซ่งเจี๋ยด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ โอหยางโชวยังได้เตรียมชุดเกราะหมิงกวงหัวหมู่มาอีก 1 ชุด

เมื่อเห็นของขวัญที่โอหยางโชวมอบให้กับพวกเขา ซ่งเหวินก็ตกใจมาก เขาถามว่า “นี่คือ?”

ม้าศึกฉิงฟู่และชุดเกราะหมิงกวงของเมืองซานไห่ ได้เป็นที่รู้จักของสาธารณชนมาตั้งแต่สงครามโจวหลู่ คุณภาพและมูลค่าของม้าศึกฉิงฟู่ และชุดเกราะหมิงกวงนั้นไม่ได้เป็นความลับ ดังนั้น ซ่งเหวินจึงรู้ว่าของขวัญเหล่านี้มีมูลค่ามากเพียงใด

“นี่ถือเป็นการขอบคุณจากข้า โปรดรับมันไว้ด้วย!” โอหยางโชวกล่าว

ซ่งหวู่ไม่สามารถถอยกลับได้ เขาเดินไปข้างหน้าและรับชุดเกราะหมิงกวง ก่อนจะเก็บมันไว้ในถุงเก็บของของเขา จากนั้น เขาก็รับบังเหียนของม้าฉิงฟู่มาจากทหารองครักษ์ แล้วขึ้นขี่พวกมันทันที ซ่งเหวินดุน้องชายของเขาว่า “น้องรอง ช่วยสำรวมหน่อย”

จากนั้น ซ่งเหวินก็หันไปหาโอหยางโชว แล้วกล่าวว่า “ขอบคุณสำหรับของขวัญของท่าน แล้วก็ ขอโทษสำหรับความหยาบคายของน้องชายข้า โปรดยกโทษให้เขาด้วย”

โอหยางโชวโบกมือ แล้วกล่าวว่า “ไม่ต้องกังวลพี่ชายซ่ง เป็นตัวของตัวเองเถิด ข้ารู้ว่าสำหรับนายทหารแล้ว ม้าศึกฉิงฟู่และชุดเกราะหมิงกวงนั้น น่าสนใจเพียงใด นี่เป็นเพียงปฏิกิริยาทั่วไปเท่านั้น มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”

ซ่งเหวินพยักหน้า และเข้าใจความหมายที่โอหยางโชวจะสื่อ จากบทสนทนาสั้นๆนี้ เขาตระหนักว่า โอหยางโชวเป็นผู้ชายที่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ เขาสงบและเป็นชายที่มีอีโก้ แต่เขาก็ไม่หยิ่ง ลักษณะเหล่านี้ เป็นลักษณะของคนที่น่าอัศจรรย์ ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาประสบความสำเร็จอย่างมากในเกมส์ การเลือกของน้องสาวเขาช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ

ในทำนองเดียวกัน โอหยางโชวก็ประทับใจการพบกันครั้งแรกกับซ่งเหวิน เขาชอบซ่งเจี๋ย ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่สุภาพ และไม่มีร่องลอยของเล่ห์เหลี่ยมและความฉลาดแกมโกงของนักธุรกิจเลย

“เอาล่ะ พอได้แล้ว ทั้ง 2 คน หยุดทำท่าทางสุภาพใส่กันได้แล้ว” ซ่งเจี๋ยขัดจังหวะการสนทนาของพวกเขา

โอหยางโชวและซ่งเหวินทำได้เพียงยิ้มให้กันอย่างขมขื่น

จากนั้น โอหยางโชวก็เริ่มมองหาสมาชิกในพันธมิตรซานไห่ เพื่อเรียกพวกเขามารวมตัวกับเขา

โชคดีที่พวกเขาเทเลพอร์ตมาในเวลาเดียวกัน ดังนั้น เขาจึงใช้เวลาไม่นานก็หาพวกเขาพบ

ในบรรดาสมาชิกทั้งหมดของพันธมิตรซานไห่ ไป๋ฮัวและเฟิงฉิวฮวงเป็นเอิร์ลขั้น 2 พวกเธอจึงนำทหารมาได้คนละ 1,000 นาย, ซุนหลงเตียนเซว่เป็นเอิร์ลขั้น 3 เขานำทหารมาได้ 500 นาย มู่หลานเยว่และกงเฉิงซีเป็นวิสเคาท์ขั้น 1 พวกเขานำทหารมาได้คนละ 300 นาย เมื่อรวมกับเมืองซานไห่และเมืองเทีนยซวง กองกำลังของพันธมิตรซานไห่จึงมีทหารทั้งสิ้น 6,300 นาย ซึ่งมีขนาดเป็น 3 เท่า ของกองกำลังของพวกเขาในสงครามโจวหลู่

จากนั้น โอหยางโชวก็แนะนำพี่น้องซ่งทั้ง 3 ให้กับสมาชิกในพันธมิตรซานไห่

นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้พบกัน บรรยากาศจึงดูอึดอัดเล็กน้อย

โอหยางโชวไม่สามารถจะทำอะไรได้ เขาจึงแนะนำว่า พวกเขาควรออกไปนอกเมืองก่อน สำหรับการค้นหาผู้เล่นลอร์ดที่มีชื่อเสียงในฝ่ายราชวงศ์ซาง พวกเขาอาจจะต้องใช้เวลาซักเล็กน้อย

นั่นเป็นเพราะว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผู้เล่นก็จะต้องมารวมตัวกันที่ค่ายอยู่ดี

ขณะที่พวกเขาเดินออกจากประตูเมือง เสียงแจ้งเตือนสงครามก็ดังขึ้น

“แจ้งเตือนสงคราม : มีผู้เล่นทั้งหมด 805 คน และมีทหารทั้งสิ้น 102,000 นาย เข้าร่วมในสงครามมู่เย่ในครั้งนี้ โดยฝ่ายราชวงศ์โจว มีผู้เล่นทั้งหมด 480 คน และมีทหารทั้งสิ้น 60,000 นาย ส่วนฝ่ายราชวงศ์ซาง มีผู้เล่นทั้งหมด 325 คน และมีทหารทั้งสิ้น 42,000 นาย”

ตามที่คาดไว้ ผู้เล่นส่วนใหญ่เลือกฝ่ายราชวงศ์โจวมากกว่าฝ่ายราชวงศ์ซาง ประการแรก หลังจากเรียนรู้บทเรียนในสงครามโจวหลู่ พวกเขาก็ตระหนักได้ว่า พวกเขาไม่ควรเลือกฝ่ายที่แพ้สงคราม, ประการที่สอง ในฝ่ายราชวงศ์โจว มีบุคคลที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์หลู่ซาง ผู้เล่นที่เลือกฝ่ายราชวงศ์โจว มีความปรารถนาจะรับสมัครเขาเข้าร่วมกับดินแดนของตน

หลู่ซาง หรือที่รู้จักกันในชื่อ เจียงซาง มีชื่อทางการว่า ฉีหยา

เจียงฉีหยา เป็นนักธุรกิจในสมัยของราชาเหวินแห่งราชวงศ์โจว และเป็นหัวหน้านักวางกลยุทธ์ของราชาหวู่แห่งราชวงศ์โจว และเขายังเป็นผู้บัญชาการสูงสุดอีกด้วย และเป็นผู้ก่อตั้งวัฒนธรรมฉี เขาเป็นบุคคลในตำนานที่มีอิทธิพลอย่างมากในทางทหาร และการเมืองของจีนในสมัยโบราณ เขาได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในหนังสือประวัติศาสตร์ ลัทธิขงจื้อ และวัฒนธรรมต่างๆ ยอมรับว่าเขาเป็นมาสเตอร์แห่งวัฒนธรรม

อาจกล่าวได้ว่า โอหยางโชวเองก็มีความสัมพันธ์กับบุคคลทางประวัติศาสตร์ผู้นี้เช่นกัน เพราะเจียงซางเป็นผู้เขียนหลิวเถา ซึ่งโอหยางโชวได้รับมันมาก่อนหน้านี้ เจียงซางเป็นที่รู้จักกันว่า เป็นบรรพบุรุษของกลยุทธ์ทางทหารทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ความหวังที่จะรับสมัครบุคคลเช่นเขา แทบจะกล่าวได้ว่ามันเป็นเพียงความฝันเท่านั้น

จากการสังเกตและทดลองของผู้เล่นในชีวิตที่แล้วของโอหยางโชว ประเด็นที่สำคัญที่สุดในการรับสมัครบุคคลทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีอำนาจก็คือ การตีที่จุดอ่อนหรือความต้องการของพวกเขา

ตัวอย่างเช่น จุดอ่อนของฮวงจง ซึ่งเป็นขุนพลที่มีชื่อเสียงในเรื่องการมีทักษะการยิงธนูที่ยอดเยี่ยมในยุคสามก๊กของจีนโบราณ เขารักลูกชายของเขามาก เนื่องจากลูกชายของเขาเจ็บป่วย ถ้ามีใครสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยของลูกชายเขาได้ การรับสมัครฮวงจงก็จะเป็นเรื่องง่าย

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเจียงซาง เขามีตำแหน่งที่สูงในราชวงศ์โจว การค้นหาความต้องการของเขาจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ฉะนั้น มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะรับสมัครเขา

ดังนั้น โอหยางโชวจึงไม่ได้คาดหวังที่จะรับสมัครเขา และเลือกที่จะยอมแพ้ที่จะเข้าร่วมกับฝ่ายราชวงศ์โจวในทันที

“แจ้งเตือนสงคราม : เนื่องจากฝ่ายราชวงศ์ซางมีกำลังทหารน้อยกว่าฝ่ายราชวงศ์โจว ดังนั้น ทหารของฝ่ายราชวงศ์ซางจะได้รับบัฟการป้องกันเพิ่มขึ้น 25% โดยอัตโนมัติ”

เนื่องจากการตั้งค่าที่สมจริงของเกมส์ จึงไม่มีแถบเลือดให้เห็น ไม่ว่าคุณจะแข็งแกร่งแค่ไหน คุณก็ยังคงตายได้ หากคุณถูกโจมตีที่คอหรือส่วนที่สำคัญอื่นๆของร่างกาย ดังนั้น การป้องกันจึงเพียงเพิ่มความหนาและความต้านทานของชุดเกราะของพวกเขาเท่านั้น

“แจ้งเตือนสงคราม : จากตำแหน่งและการประเมินคะแนนการกุศล ชุนเซิ่นจุน(เอิร์ลขั้น 2) ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของฝ่ายราชวงศ์โจว และฉีเยว่หวู่ยี่(เอิร์ลขั้น 1) ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของฝ่ายราชวงศ์ซาง”

ในสงครามมู่เย่ ตัวแทนของผู้เล่นก็ยังคงเป็นชุนเซิ่นจุนและโอหยางโชว อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้ พวกเขาได้เลือกฝ่ายสลับข้างกัน

 

แฟนเพจ : TWOแปลไทย