+100%-

TWO Chapter 161 วัดเฉิงหวง

โอหยางโชวกลับมาที่คฤหาสน์ของลอร์ด

เมื่อเขาเดินผ่านสำนักงานของเสมียน และเห็นไป๋หนานผูกำลังจัดเอกสารอยู่ เขาก็คิดบางอย่างขึ้นมาได้ และกล่าวว่า “หนานผู เกี่ยวกับการประชุมผู้บริหารในเดือนนี้ ให้กำหนดเป็นวันที่ 25 แจ้งฝ่ายต่างๆให้พวกเขาเตรียมพร้อม เนืองจากเราเพิ่งอัพเกรด จึงขอให้ทุกคนเตรียมรายงานเฉพาะ สำหรับขั้นตอนต่อไปของงานพวกเขาด้วย”

“ขอรับนายท่าน!” ไป๋หนานผูรับคำสั่ง

“อ้อ แล้วก็ไปเรียกเจ้ากรมเทียนมาพบข้าด้วย”

“ขอราย!” ไปหนานผูพยักหน้า แล้วเดินออกจากสำนักงานไป

โอหยางโชวเดินเข้าไปในห้องพัก แล้วหยิบกาน้ำชาออกมา แล้วชงชาขาวด้วยตัวเอง

เมื่อเทียนเหวินจิงเดินเข้ามา เขาเห็นโอหยางโชวกำลังชงชา เขาก็รู้สึกประหลาดใจ และเข้าไปช่วย “งานเช่นนี้ ข้าจะปล่อยให้นายท่านทำได้อย่างไร?”

โอหยางโชวโบกมือให้เขา และเชิญเขานั่ง “วิธีการชงชานั้นลึกซึ้ง ด้วยการทำมันเป็นครั้งคราว มันสามรถช่วยลดสิ่งรบกวนจิตใจได้” ขณะที่เขากล่าว เขาก็ผลักถ้วยชาไปที่ด้านหน้าของเทียนเหวินจิง

เทียนเหวินจิงรับถ้วยชา แล้วดื่มมันเล็กน้อย ก่อนจะวางมันลง

หลังจากนั้น โอหยางโชวก็กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “ถ้าข้าย้ายท่านออกจากกรมคลังวัสดุ ท่านคิดว่าใครจะเหมาะสมจะมาแทนที่ท่าน ในหมู่หัวหน้าฝ่ายทั้ง 3 และรองเจ้ากรม พอจะมีใครสามารถมาเป็นเจ้ากรมแทนท่านได้หรือไม่?”

เทียนเหวินจิงแข็งค้างไปในทันที เดิมเขาคิดว่า โอหยางโชวเรียกเขามาเพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการทำงาน เขาไม่คิดว่าเขาจะถูกปลดออกจากตำแหน่งเช่นนี้ การย้ายเขาออกจากกรมคลังวัสดุมีสาเหตุมาจากอะไรกัน?

เทียนเหวินจิงยังคงลังเล และไม่รู้ว่าจะตอบเขาว่าอย่างไร

โอหยางโชวส่ายหัวและยิ้ม “ท่านไม่จำเป็นต้องกังวล เพียงแค่บอกความเห็นของท่านมาก็พอ”

เมื่อโอหยางโชวกล่าวเช่นนั้น เขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากตอบกลับ เทียนเหวินจิงสงบและเริ่มคิดเกี่ยวกับทั้ง 4 คน อยู่ภายในหัวของเขา

รองเจ้ากรมหยวนเซ่าผิง ได้เลื่อนตำแหน่งเนื่องมาจากเหมืองทอง ความเป็นมืออาชีพของเขาไม่เป็นที่สงสัยแน่นอน แต่ทักษะการบริหารของเขา ได้ถูกกีดกันโดยชาติกำเนิดของเขา และเนื่องจากเหมืองแร่หลางซานก็อยู่ห่างไกลจากเมืองหลัก หยวนเซ่าผิงจึงไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ในวิทยาลัยเหลียนโจว ดังนั้น ความสามารถของเขาจึงยังไม่เพียงพอ นอกจากนี้ ในปัจจุบัน เหมืองแร่หลางซานต้องการผู้จัดการคนนี้อย่างมาก ทำให้เขาคงไม่สามารถจะออกมาจากที่นั่นได้ในตอนนี้

หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรตู่เสี่ยวหลาน เธอเป็นศิษย์ของเจ้ากรมการเงินขุ่ยหยิงหยู น่าเสียดายที่เธอใช้เวลาอยู่กับขุ่ยหยิงหยูสั้นเกินไป เธอจึงยังไม่ได้เรียนรู้ทุกอย่างที่จำเป็น การจัดการฝ่ายทรัพยากร ทำให้เธอมีขีดจำกัด และการก้าวหน้าเป็นเรื่องที่ยากมาก คงไม่มีใครจะกลายเป็นขุ่ยหยิงหยูคนที่ 2 ได้ง่ายๆ

หัวหน้าฝ่ายขนส่งเจิ้งซานเภา ก็คล้ายๆกับคนนอกเมือง งานของฝ่ายขนส่งค่อนข้างง่าย หลังจากสร้างคอกม้าที่หุบเขาจีเฟิงเสร็จ ความพยายามเกือบทั้งหมดของเขาก็อยู่ที่นั่น เขาไม่สามารถออกมาจากที่นั่นได้ในทันที และความสามารถของเขาก็ยังไม่เพียงพอ ทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะมารับงานนี้

คนที่เทียนเหวินจิงชื่นชมมากที่สุดก็คือ หัวหน้าฝ่ายนาเกลือเซิ่นจุ้ย

ชายหนุ่มคนนี้ทำได้อย่างยอดเยี่ยมในระหว่างการประเมินสิ้นปี และได้รับการใช้งานอย่างฉลาดโดยโอหยางโชว หลังจากที่เขามาดูแลฝ่าย เขาใช้เวลาเพียงสั้นๆในการเรียนรู้งาน นาเกลือเขตเหนือได้รับการขยายเป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่มีข้อผิดพลาดใหญ่ๆเกิดขึ้นเลย ทำให้เขาได้รับเครดิตจากงานนี้มากทีเดียว

สิ่งที่หายากก็คือ เซิ่นจุ้ยเป็นคนที่ยืดหยุ่น และมีความปรารถนาในการเรียนรู้ ในช่วงเวลาว่างของเขา เขาได้พัฒนาตัวเองที่วิทยาลัยเหลียนโจว หรือไม่ก็ติดตามเทียนเหวินจิง เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการ

สิ่งเดียวที่น่ากังวลก็คือ เขายังคงเด็กเกินไปและขาดประสบการณ์

เมื่อเทียบกับฟ่านจงหยาน เทียนเหวินจิงตรงไปตรงมามากกว่า และหลังจากที่เขาพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เขาก็กล่าวอย่างไม่ลังเลว่า “ในเมื่อนายท่านถามข้า ข้าก็จะกล่าวอย่างตรงไปตรงมา ถ้าให้เลือกคนหนึ่งจากทั้ง 4 คน มารับตำแหน่งเจ้ากรมแทนข้า เซิ่นจุ้ยเป็นคนที่เหมาะสมที่สุด”

โอหยางโชวพยักหน้า เขาเองก็รู้สึกว่าเซิ่นจุ้ยเหมาะกับงานนี้เช่นกัน

หลังจากเทียนเหวินจิงกล่าวเสร็จสิ้น เขาก็ยังคงสั่นและไม่สบายใจ และมันไม่อาจหลบเลี่ยงสายตาของโอหยางโชวได้

“ท่านมีข้อสงสัยหรือ?”

“ขอรับ!” เทียนเหวินจิงกล่าวตรงๆ

โอหยางโชวหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบ แล้วกล่าวว่า “กล่าวตามตรง การให้ท่านอยู่ในกรมคลังวัสดุนั้น เป็นการสูญเสียความสามารถของท่าน ตอนนั้น เรายังไม่มีใครเหมาะสมที่จะเป็นเจ้ากรม ข้าจึงต้องให้ท่านเป็นไปก่อน แต่ตอนนี้ กรมได้เดินไปในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว และยังได้มีใครบางคนอย่างเซิ่นจุ้ยมาดูแลมัน จึงถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว ที่ท่านจะก้าวต่อไป”

ความรู้สึกของเทียนเหวินจิงเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เขาถามว่า “นายท่านกำลังจะกล่าวอะไรหรือ?”

“อย่าได้กังวล ระหว่างการประชุมผู้บริหารประจำเดือนนี้ ข้าจะบอกท่านทั้งหมด” โอหยางโชวยังไม่ต้องการเปิดเผยเรื่องนี้เร็วเกินไป

เมื่อเทียนเหวินจิงออกไป มันก็ใกล้เวลาเที่ยงแล้ว คนงานและพนักงานทุกคนยุ่งอยู่ตลอดช่วงเช้า เมื่อถึงเวลาเที่ยง พวกเขาก็กลับบ้านเพื่อทานอาหารกับครอบครัว

โอหยางโชวยืนขึ้น แล้วเดินไปที่ส่วนหลังของคฤหาสน์ แม้ว่าขุ่ยหยิงหยูและมู่ฉิงซีจะย้ายไปอยู่อาคารที่อยู่ติดกัน พวกเธอก็ยังมาทานอาหารในอาคารหลัก มู่ฉิวซีกล่าวว่า เธอไม่สามารถปล่อยให้พี่ชายของเธอเหงาได้

ในความเป็นจริง ในอาคารทั้งหมดนี้ มีเฉพาะอาคารหลักเท่านั้นที่มีห้องครัว พ่อครัวคือ หวังเซิ่น เขาเป็นผู้ที่กู่สานเหนียงคัดเลือกมาด้วยตัวเอง ก่อนที่เธอจะออกไป เขาเป็นพ่อครัวขั้นกลาง

โต๊ะอาหารเต็มไปด้วยอาหารมากมาย มีทั้ง ไก่, เป็ด, ปลา, เนื้อ, ผักและผลไม้ ไม่มีอะไรขาดไปเลย

นับตั้งแต่เปิดร้านขายเครื่องประดับ ธุรกิจของเขาก็ค่อยๆเฟื่องฟู เครื่องประดับที่ทำจากทองแดงและเงินจำนวนมาก ถูกขายออกไป ผู้อพยพไม่มีอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นเงินและของมีค่าใดๆ เพราะถ้ามี พวกมันก็จะถูกพวกโจรปล้นไปทั้งหมด ตอนนี้ ความเป็นอยู่ของพวกเขาเริ่มดีขึ้น จึงเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะเริ่มซื้อเครื่องประดับ

เฉพาะผลกำไรของร้านขายเครื่องประดับ ก็เพียงพอจะรักษาค่าใช้จ่ายประจำวันของคฤหาสน์ของลอร์ดได้แล้ว

หลังจากผ่านการกระตุ้นอย่างต่อเนื่องมา 3 เดือน เศรษฐกิจหลักของดินแดน ได้เริ่มแสดงให้เห็นถึงร่องรอยของความมั่งคั่งบ้างแล้ว จากปฏิกิริยาของขุ่ยหยิงหยู 5 เดือนที่ผ่านมา กรมการเงินได้ทำรายได้ทะลุเดือนละ 2,000 เหรียญทองเรียบร้อยแล้ว

เมื่อเมืองซานไห่ได้อัพเกรดเป็นเมืองขนาดกลาง อัตราการอพยพเข้าก็เพิ่มขึ้น มู่ฉิงซีได้พูดคุยกับหวู่นี่ เกี่ยวกับการเพิ่มขนาดโรงผลิตเสื้อผ้าของเธอ

มีไม่กี่คนเท่านั้นในโต๊ะอาหารนี้

“พี่ใหญ่ ท่านลองเดาดูซิ? ในตอนเช้า เมื่อข้าได้กระจายข่าวว่าคฤหาสน์ของลอร์ดต้องการจ้างแม่บ้านสำหรับท่าน มีเด็กสาวจำนวนมากรีบวิ่งมาสมัครในทันที และหลายคนก็มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย ดูเหมือนพี่ใหญ่จะมีเสน่ห์จริงๆ” หยิงหยูล้อเลียน

โอหยางโชวส่ายหัว “หวูเอ๋อ เจ้าต้องเลือกอย่างถี่ถ้วน เรากำลังเลือกแม่บ้านไม่ใช่ภรรยา อย่าได้เสียเวลากับอนาคตของพวกเขา”

“พี่ใหญ่ช่างไร้หัวใจจริงๆ ข้าไม่รู้จริงๆว่าผู้หญิงแบบไหนถึงจะเหมาะสมกับท่าน”

โอหยางโชวจ้องเธอ “เดี๋ยวนี้ เจ้ากล้ากระทั่งหยอกล้อพี่ใหญ่ของเจ้าแล้วหรือ?”

“พี่ใหญ่ ท่านเป็นคนเอาแต่ใจ” อยู่ๆมู่ฉิงซีก็กล่าวขึ้น

โอหยางโชวมองไปยังมู่ฉิงซีด้วยความประหลาดใจ เขาหันกลับมาทางขุ่ยหยิงหยู แล้วกล่าวว่า “เหตุใด วันนี้เด็กน้อยของพวกเราถึงได้เงียบเช่นนี้ มันไม่สบกับเป็นเจ้าเลย”

ขุ่ยหยิงหยูหัวเราะ “ฉิงเอ๋อกำลังกังวลเกี่ยวกับโรงผลิตเสื้อผ้า ที่ต้องการจะขยายขนาด แต่เขตธุรกิจไม่มีพื้นที่มากนัก เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ได้ถูกจัดให้โรงผลิตขนาดใหญ่อื่นๆหมดแล้ว”

ไม่น่าแปลกใจที่เธอเงียบมาก เด็กสาวคนนี้กำลังคิดมากเกี่ยวกับการเงิน เขามองไปที่เธอ แล้วกล่าวว่า “เด็กโง่ ไม่ต้องกังวลไป ทำไมเจ้าถึงไม่บอกพี่ใหญ่ลาะ เผื่อข้าจะช่วยแก้ปัญหาให้เจ้าได้”

“พี่ใหญ่ยุ่งมาก ข้าไม่ต้องการจะสร้างปัญหาให้กับท่านเพิ่มอีก” มู่ฉิงซีเกรงใจเขา

โอหยางโชวส่ายหัว ช่วงนี้ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้คิดถึงเธอเลย

“เอาล่ะ ไม่ต้องกังวล การวางแผนของดินแดนกำลังจะเป็นรูปเป็นร่าง กำแพงชั้นที่ 2 กำลังจะเริ่มก่อสร้าง หลังจากมันเสร็จแล้ว ก็จะมีพื้นที่ให้เจ้าขยายโรงผลิตเสื้อผ้าของเจ้าได้”

“จริงหรือ?” ดวงตาของมู่ฉิงซีเปร่งประกายขึ้น

“พี่ใหญ่เคยโกหกเจ้าหรือ?”

“เย่ ขอบคุณพี่ใหญ่!”

“เอาล่ะ ทานอาหารของเจ้าได้แล้ว”

“อื้อ” เมื่อความกังวลของเธอหายไป เธอก็เริ่มร่าเริงมากขึ้น

…………………………………………………………………………

ในช่วงบ่าย โอหยางโชวใช้เวลาในการไปเยี่ยมชมวัดเฉิงหวง

เดิมทีเฉิงหวงไม่ได้เป็นเทพแต่อย่างใด มันอ้างอิงมาจากคูน้ำ(ภาษาจีน)นอกเมือง ส่วนสำคัญของเฉิงหวงมาจากซุ่ยหยง

เทพเก่าแก่ที่สุดที่พวกเขาอธิษฐาน คือ เทพซุ่ยหยง และมันก็ค่อยๆกลายมาเป็นเทพพิทักษ์ของชานเมือง ก่อนจะกลายเป็นเทพเฉิงหวง เฉิงหวงเป็น 1 ในลอร์ดแห่งนรก และเขาก็เป็นเหมือนผู้พิพากษา งานของเขาคือการกำจัดความชั่วร้ายและการปกป้องเมือง

จากหลังสือประวัติศาสตร์ ในปี 239 ก่อนคริศตกาล ได้เริ่มมีวัดเฉิงหวงแล้ว จนในสมัยราชวงศ์ถัง พวกเขาได้อธิษฐานต่อเขา ในช่วงเทศกาลประจำเมือง และพอมาถึงสมัยราชวงศ์ซ่ง การอธิษฐานต่อเขาก็กลายเป็นเรื่องปกติทั่วไป เมืองไหที่มีผู้พิพากษา ก็จะมีวัดเฉิงหวง

รัฐบาลศักดินามักจะอธิษฐานต่อเฉิงหวงในพิธีบวงสรวง ส่วนใหญ่จะอธิฐานขอฝน, แสงแดด และไม่มีไฟไหม้ มีคนกล่าวว่า ‘เทพที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดก็คือ เทพเฉิงหวง’

ในสมัมยราชวงศ์หมิง ผู้พิพากษาและข้าราชการต่างๆจะอธิษฐานต่อเฉิงหวง ในวันแรกของงาน โดยพวกเขาจะไปที่วัดเฉิงหวงตั้งแต่เช้าตรู่

วัดเฉิงหวงของเมืองซานไห่ถูกสร้างในเขตการศึกษาและวัฒนธรรม ใกล้วกับวัดหม่าโจ้วและวัดจักรพรรดิเหลือง กลายเป็นกลุ่มวัด

หลังจากวัดเฉิงหวงถูกสร้างขึ้น ฝ่ายการศึกษาและวัฒนธรรมก็จัดให้คนมาดูแลวัดในทันที

 

แฟนเพจ : TWOแปลไทย