+100%-

บทที่ 4 : ล้มลงและลืมตา

มันเป็นวันคืนที่เหมือนกับทุกวันตั้งแต่ที่เขาออกจากงาน เดเรคใส่สูทใหม่ที่ซื้อมาแล้วออกไปเดินเล่นรอบๆเมือง ถ้าเขารู้สึกเบื่อ เขาก็แค่เรียกแท็กซี่เพื่อกลับบ้าน

ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลเมื่อเขาจะทำอะไร เขาก็แค่อยากทำ เขาอยากรู้ว่าโรคมะเร็งกับโรคเครียดอะไรจะฆ่าเขาได้ก่อนกัน

เดเรคกำลังเดินอยู่บนถนนในเมือง อยู่ๆเขาก็หันไปเจอกับคนรู้จักของเขา คริส เวนไรล์! เด็กหนุ่มกำลังยืนถือขวดเหล้าที่ซ่อนอยู่ในถุงกระดาษ แล้วยกมันดื่มเป็นพัก

คริสหัวเราะเฮฮาอยู่กับผู้หญิงวัยรุ่นในชุดเซ็กซี่คนหนึ่ง สักพักพวกเขาก็เดินขึ้นรถไป
มันเป็นรถ Camaro คันใหม่ที่ผ่านการแต่งเป็นอย่างดี ไม่ใช่รถ Camoro คันเดิมที่เคยขับชนคาร์ล

ตอนที่เห็นคริส เดเรคอยากจะกระโจนเข้าไปฉีกมันเป็นชิ้นๆ เขาลืมเรื่องของไอ้บัดซ*นี้ไปได้ยังไง ดูเหมือนว่ามะเร็งกับความเครียดจะเล่นงานสมองของเขาด้วย

เสียงล้อรถกรีดกับพื้นถนน รถแต่งคันนั้นพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ตัดหน้าผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเดินข้ามถนน เธอตกใจกลัวจนล้มลงไป แล้วลุกขึ้นตะโกนด่าไล่หลัง

เสียงหัวเราะน่ารังเกียจดังออกมาจากรถคันนั้น เดเรคกัดฟันแน่น ไฟที่เคยดับลงลุกโชนขึ้นอย่างเงียบๆ

เดเรคเริ่มติดตามการเคลื่อนไหวของคริสใน Social Network ตามหาที่อยู่ ตารางชีวิตประจำวัน แล้วแอบฉวยโอกาสตอนที่เขาจอดรถทิ้งไว้ ติดตั้งสัญญาณ GPS ไว้ใต้รถ

หลังจากแอบติดตามได้ไม่กี่วัน เขาค้นเจอข้อมูลการละเมิดข้อตกลงที่ทำกับศาลอย่างน้อยก็ 50 ครั้ง เขาสะกดรอยตามและแอบถ่ายรูปในขณะที่คริสดื่มเหล้าเล่นใช้ยาเสพติด

แต่เดเรคก็ไม่ได้คิดจะส่งข้อมูลพวกนี้ให้ตำรวจ ตำรวจจะทำอะไรได้? ไม่นานเขาก็คงถูกปล่อยตัวอีก แล้วจะทำให้คริสระมัดระวังตัวมากกว่าเดิม

เดเรคไม่ได้เป็นคนดีขนาดนั้น เขาไม่คิดจะพึ่งศาลโง่ๆอีก

หนึ่งสัปดาห์หลังจากการตามติดชีวิตของคริส เดเรครู้ชีวิตประจำวันของเขาแทบทุกอย่าง และสามารถคาดเดาสถานที่ที่เขาจะไปได้ เดเรคทบทวนแผนการและตรวจสอบอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ ก่อนจะกระโดดขึ้นรถคันใหม่ของเขา Chervolet Impala 1967 สีดำ

เมื่อมีรถที่เหมาะกับการไล่ล่า สถานที่ทิ้งร้างที่เตรียมไว้ มันก็ถึงเวลาเหมาะสมในการเริ่มแผนสุดท้าย

เดเรคขับรถไปดักรอคริสในสถานที่แห่งหนึ่ง หลังจากเขาขับรถผ่านมา เดเรคก็ขับรถตามไปอย่างใกล้ชิด เมื่อพวกเขาขับรถเข้าไปในถนนเปลี่ยวและไม่มีรถคนอื่น เดเรคก็เหยียบคันเร่งพุ่งชนรถของคริสจากด้านข้าง บังคับให้เขาต้องหยุดรถ

ทันทีที่คริสลงจากรถมา เดเรครีบวิ่งเข้าชาร์จเขาด้วยเครื่องช็อตไฟฟ้าในมือ แล้วรีบวิ่งเข้าไปตรวจสอบรถของคริสทันที

มันถือเป็นโชคดีของเดเรค คริสขับรถมาเพียงคนเดียว เดเรคทำลายสัญญาณ GPS และมือถือตัวเอง แล้วทิ้งไว้ข้างถนน

เขาค้นตัวของคริส ทำลายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่างที่เจอ ก่อนมัดแขนมัดขา แล้วโยนคริสไว้ที่หลังรถ

เดเรคขับรถตรงไปยังสถานที่ที่เขาเตรียมไว้ เพื่อเริ่มงานปาร์ตี้กัน 2 คน

สถานที่ที่เขาเตรียมไว้คือโกดังร้างในเขตอุสาหกรรมเก่า ประตูโกดังมีกุญแจโซ่ขนาดใหญ่ที่เขาเตรียมไว้

ภายในโกดังมีแค่เก้าอี้ 2 ตัวที่ยึดตัดกับพื้น แท็งน้ำหลายแท็งกับถังใบหนึ่ง

เดเรคเปิดท้ายรถออก คริสเริ่มมีสติและขยับตัวได้ เขาใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าทำให้คริสสลบไปอีกครั้ง เขาจับคริสนั่งลงกับเก้าอี้ ใช้เชือกมัดแขนขาและปิดปากเขาให้แน่นอีกครั้ง

เดเรคสาดน้ำใส่คริสเพื่อปลุกให้เขาตื่น

“สวัสดีคุณเวนไรท์ ผมชื่อเดเรค แม็กคอย คุณจำผมได้มั้ย”

คริสดิ้นรนออกจากเชือกที่มัดอยู่อย่างบ้าคลั่ง เดเรครู้สึกชื่นชมในความพยายาม และใช้ท่อนไม้ฟาดที่หน้าแข็งของเขาอย่างแรง เขาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“ครั้งสุดท้ายที่เราเจอกันก็หลายปีแล้ว คุณยังจำผมได้หรือป่าว” คริสหอบอย่างรุนแรง

“ช่างมันเถอะ เรามาเล่นเกมส์กัน” เดเรคหยิบเครื่องจับเวลา 2 เครื่องออกมาจากรถ
เครื่องแรกตั้งเวลาไว้ที่ 30 นาที และเครื่องสองที่ 2 ชั่วโมง 44 นาที 16 วินาที

จากนั้นเขาหยิบปืนเก็บเสียงขึ้นมาจากกระเป๋า จ่อเข้าที่ท้องของคริส เสียงกรีดร้องดังสะท้อนไปทั่วโกดังเมื่อเขาลั่นไกปืน

เดเรคกดปุ่มให้เครื่องจับเวลาทำงาน เขาเดินเข้ามาใกล้ๆเพื่อดูบาดแผลที่ท้อง ดูจากเลือดสีดำที่ไหลออกมา ตับน่าจะถูกยิงทะลุไปแล้ว

“ก่อนเราจะเริ่ม ผมจะอธิบายกฎของเกมให้ฟัง ดูเวลาที่กำลังถอยหลังให้ดี พวกมันสำคัญมาก” คริสร้องไห้และครวญครางเหมือนคนบ้า ดังนั้นเดเรคจึงต้องสาดน้ำใส่อีกครั้ง แล้วกระชากผมของเขาขึ้นมา

“เครื่องแรกแสดงเวลาชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณ ทันทีที่มันดัง แม้ว่าจะมีคนบุกเข้ามาในโกดังแล้วช่วยคุณออกไปได้ แต่คุณก็ต้องตายแน่นอน ระบบในร่างกายจะเป็นพิษเมื่อตับหยุดทำงานเป็นเวลานาน ต่อให้ปลูกถ่ายตับใหม่ก็ช่วยชีวิตไม่ได้ เครื่องที่สองเป็นเซอร์ไพรส์ มันคือเวลาที่เราจะต้องพยายามอยู่ให้ถึง ในระหว่างนี้คุณต้องตื่นอยู่ตลอดเวลาและลองริ้มรสความเจ็บปวดเหมือนที่น้องชายของผมต้องเจอ”

เวลาผ่านไป คริสก็กรีดร้องไม่หยุด เสียงสัญญาณของเครื่องแรกดังขึ้น

คริสเริ่มหมดแรงที่จะกรีดร้อง บางครั้งเขาสะอึกสะอื้น บางครั้งเขาเงียบ เพราะสติเริ่มเลือนลางจากการเสียเลือดมาก

บางครั้งเดเรคจะคอยพูดให้เขาฟัง และบางครั้งก็ลุกขึ้นเดินไปเดินมา

ทุกครั้งที่คริสหมดสติไป เดเรคจะสาดน้ำและใช้สารพัดวิธีเพื่อปลุกเขา

เมื่อสัญญาณของตัวจับเวลาอีกเครื่องดังขึ้น เดเรคก็เดินเข้าไปหาเขาใกล้ๆ แววตาของเขาเลื่อนลอย

“ผมมีทั้งข่าวดีและข่าวร้าย ข่าวร้ายคือผมโกหก ผลของการวิจัยบอกว่าเมื่อตับถูกทำลายมันก็ไม่มีหวังที่จะมีชีวิตรอด ต่อให้ผมยิงคุณที่หน้าโรงพยาบาลที่ดีที่สุดใน USA คุณก็ต้องตาย นอกจากว่าพวกเขาจะมีตับที่เข้ากันได้อยู่ในมือ ส่วนข่าวดีคือคุณกำลังจะได้ตายแล้ว ผมอยากให้คุณรับรู้ความทรมานที่น้องชายผมได้รับ และตอนนี้มันเพียงพอแล้ว”

เดเรคชี้ปืนไปที่ศีรษะของคริสแล้วลั่นไก เลือดพุ่งทะลักออกมาย้อมเสื้อของเขาจนเป็นสีแดง

แล้วเขาก็หันปืนเข้าหาศีรษะของตัวเอง

“น้องชาย พี่ชายคนนี้กำลังไปหานายแล้ว” และลั่นไกครั้งสุดท้าย

ร่างของเดเรคล้มลง ภาพในจิตสำนึกของเขามองเห็นทุกอย่างเป็นสีขาว เขารู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่กลางอากาศ

ความโศกเศร้า ความทุกข์ทรมานและความเจ็บปวดหลายปีที่ผ่านมา ได้หายไปอย่างสมบูรณ์

เดเรคมีความสุขกับความรู้สึกที่เขากำลังได้รับ ทุกอย่างเงียบสงบ ไม่มีถูกไม่มีผิด ไม่มีสำเร็จหรือล้มเหลว

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน อยู่ๆเขาก็รู้สึกว่าเขากำลังหายใจ

อารมณ์และความรู้สึกนึกคิดทั้งหมดของเขากลับคืนมา เขาพยายามลืมตามอง แต่อาจเป็นเพราะการยิงหัวตัวเอง ทัศวิสัยของเขาเลยไม่ชัดเจน

‘มันเป็นแผนที่สมบูรณ์แบบ แต่ทำไมชั้นไม่ตาย? หรือมีคนช่วยชีวิตชั้นไว้?’ แต่เมื่อสายตาของเขาสามารถมองเห็นได้ชัดเจน เขาก็โยนความคิดเมื่อกี้ทิ้งไปทันที

เดเรคอยู่ในทางเดินโลหะขนาดใหญ่ ที่พื้นเต็มไปด้วยศพนอนตายเกลื่อน ร่างกายศพเหมือนกับเอเลี่ยน ศพทั้งหมดต่างสวมเกราะที่เหมือนกับชุดนักรบอวกาศที่เขาเคยดูในหนังไซไฟ

‘ชั้นอยู่ที่ไหน? นี่มันหมายความว่าไง?’ เขาพยายามลุกขึ้น แต่ก็ทำไม่ได้

เขาพึ่งสังเกตุว่าตัวเองกำลังสวมชุดอวกาศเหมือนกับศพรอบๆตัว ประสาทสัมผัสที่ฟื้นคืนมาทำให้เขารู้ว่า เขามีแขน 4 ข้าง! และมือแต่ละข้างมีแค่ 3 นิ้ว!

“นี่มันเหี้*อะไรเนี่ย!”