+100%-
บทที่ 12 : แลกเปลี่ยน
 
ลิทใช้สมาธิอยู่กับการอ่านจนลืมทุกสิ่งรอบตัว เมื่อนาน่าเอื้อมมือมาจับที่ไหล่เขา  เด็กน้อยสะดุ้งและร้องเบาๆ “อ่ะ!”
 
“ข้าจำคนในหมู่บ้านได้ทุกคน แต่ข้าไม่คุ้นหน้าเจ้าเลย เจ้าชื่ออะไร เจ้าหนู?”
 
“ข้าชื่อลิท ท่านเป็นใคร?” เด็กน้อยตอบเสียงใส ทำให้นาน่ารู้สึกเอ็นดูมากกว่ารู้สึกโกรธ
 
ลิทเคยได้ยินเรื่องของนาน่าหลายครั้ง แต่เขาไม่เคยเจอเธอมาก่อน และไม่รู้จักหน้าตาของเธอ
 
“ลิท? เจ้าคือปีศาจตัวน้อยของเอลิน่านี่เอง ข้าเห็นเจ้าครั้งสุดท้ายก็ตอนเจ้าเกิด”
 
การปรากฎตัวของนาน่าทำให้ทุกคนในห้องหยุดกิจกรรมของตัวเอง หลายคนทำท่าจะเดินเข้ามาหา หลายคนมองหญิงชราและเด็กน้อยด้วยความอยากรู้อยากเห็น เอลิน่ารีบลุกจากเก้าแล้วตรงมาหาพวกเขา
 
“ไม่จำเป็นต้องขอโทษ” นาน่าโบกมือ “ไม่ได้มีปัญหาเกิดขึ้น เจ้าหนูนี้ไม่ได้ทำหนังสือของข้าเสียหาย”
 
“ใช่ ท่านแม่ไม่จำเป็นต้องขอโทษ” ลิทรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่ทุกคนมองเขาเป็นเด็ก “ข้าแค่อ่านมัน”
 
“อ่าน? เจ้าพึ่งอายุเท่าไรกัน? ถ้าข้าจำไม่ผิดนี่มันพึ่งผ่านมา 3 ปี ข้าไม่คิดว่าลูกชายของเอลิน่าจะชอบโกหก” นาน่าขมวดคิ้ว
 
“เขาไม่ได้โกหก ในช่วงพายุหิมะครั้งก่อน เขาขอให้ราซสอนการอ่านและการเขียน” เธอเล่าเหตุการณ์ให้นาน่าฟัง และส่งไม้บรรทัดของลิทให้ดู
 
นาน่ามองด้วยความประหลาดใจ หญิงชราคิดว่ามันเป็นวิธีที่ชาญฉลาดไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เชื่อว่าเด็กน้อยจะจำมันได้
 
“สามีของเจ้ามีความคิดดีจริงๆ บางทีสูตรการเรียนแบบนี้อาจจะขายให้ฮาเวลได้ด้วยซ้ำไป”
 
“ราซไม่ได้เป็นคิด ลิทเป็นคนขอให้เขาทำ” เอลิน่าส่ายหัว
 
ความเชื่อมั่นของนาน่าพังทลายลง ล้อเล่นหรือป่าว? แต่ทุกคนที่นี่ได้ยินที่พวกเขาคุยกัน หากเอลิน่าพูดโกหก ครอบครัวของเธอจะหมดความน่าเชื่อถือ
 
“เจ้าหนู 7 เท่าของ 6 มีค่าเท่าไร?”
 
“42”
 
นาน่าหยิบหนังสือจากมือของลิท หญิงชราเลือกหน้าแบบสุ่มๆ แล้วยื่นคืนให้เด็กน้อย
 
“เจ้าลองอ่านหน้านั้น เริ่มจากบนสุด”
 
ลิทเผยรอยยิ้ม “เวทมนตร์คือสิ่งที่ทุกคนสามารถใช้มันได้ แต่มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถใช้มันได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ….. “
 
“พอแค่นั้น ข้าขอโทษที่กล่าวหาว่าเจ้าโกหก” นาน่าพูดกับลิท แล้วหันไปหาเอลิน่า “ดูเหมือนลูกชายของเจ้าจะได้รับพรจากเทพแห่งแสงจริงๆ”
 
ทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยกันอีกครั้ง พวกเขาทุกคนได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้น
 
“พรจากเทพแห่งแสง? มันไม่ใช่แค่นิทาน?”
 
“พระเจ้า! แน่ใจรึว่าเขาอายุ 3 ขวบ?”
 
“ข้าหวังว่าลูกชายข้าจะเก่งได้สักครึ่งนึง แค่การไปโรงเรียนตอนเช้า เขากลัวเหมือนว่าจะไปทำสงคราม”
 
ลิทต้องตีเหล็กในขณะที่มันยังร้อน
 
“ข้าขอยืมมันกลับไปได้มั้ย? ข้าสัญญาว่าจะนำมาคืนในครั้งหน้า”
 
“แล้วเจ้าจะเอามันไปทำอะไร? เจ้าใช้เวทมนตร์ได้?” ตั้งแต่รู้จักกับเด็กน้อยคนนี้ นาน่าพบเจอเรื่องน่าประหลาดใจมากมาย ตอนนี้เธอแค่สงสัย แต่ไม่ได้ดูถูกเขา
 
“ใช่ ข้าใช้เวทมนตร์ได้” ลิทพยักหน้าแล้วนิ่งไป เขาพลาดเสียแล้ว
 
‘ลิท ไอ้โง่ แกไม่คิดให้รอบคอบ ความลับที่ซ่อนมาหลายปีพังหมดแล้ว’ เด็กน้อยอยากจะตบหน้าตัวเอง เขาเผลอหลุดปากเพราะลืมตัว สิ่งที่ตามมาคือปัญหาแน่นอน
 
“เจ้าใช้ได้? แล้วเจ้าทำอะไรได้อีกบ้าง?” เป็นเสียงเอลิน่า เธอมองมาอย่างคาดโทษจนเด็กน้อยตัวลีบ น้ำเสียงแฝงด้วยความโกรธอย่างชัดเจน
 
“ข้าแค่เรียกลมเบาๆกับเสกน้ำได้เล็กน้อย” เสียงของลิทเบาเหมือนยุง เด็กน้อยไม่กล้าสบตาเอลิน่าและก้มมองรองเท้าตัวเอง
 
“ข้าขอโทษ ท่านแม่ ข้ารู้ว่าท่านห้ามไม่ให้ข้าฝึกเวทมนตร์ แต่ทุกคนในบ้านต่างก็ใช้เวทมนตร์ได้ ข้าแค่เบื่อกับการอยู่เฉยๆโดยไม่ทำอะไร”
 
ครั้งนี้เอลิน่ารู้สึกโกรธมาก แต่เธอไม่สามารถตำหนิเขาที่นี่ได้ นอกจากนี้ยังมีสายตาชื่นชมจากทุกคน
 
“เอลิน่า ลูกชายของเจ้าคืออัจฉริยะ น่าประทับใจมาก! เจ้าลองให้เขามาเป็นเด็กฝึกงานของข้าได้ ครอบครัวเจ้าอาจมีผู้ใช้เวทรักษาในอนาคต” นาน่ายื่นข้อเสนอ
 
เอลิน่านิ่งเงียบ เธอรู้สักกังวลเกี่ยวกับอนาคตของเขา
 
“เจ้าช่วยแสดงให้ข้าดูหน่อยได้มั้ย?” นาน่าถามด้วยรอยยิ้ม
 
‘ในเมื่อย้อนเวลาไม่ได้ ชั้นควรใช้มันให้เป็นประโยชน์ที่สุด’ ลิทคิดในใจ
 
Brezza!”
 
ลิทหมุนนิ้วกลางและนิ้วชี้ สร้างพายุหมุนขนาดเล็กจำนวนมาก วิ่งกวาดฝุ่นทั่วห้องอย่างรวดเร็ว เขาแกล้งเสียการควบคุมเป็นบางครั้ง สิ่งสำคัญคือสร้างความประทับใจ ไม่ใช่อวดความสามารถ ไม่อย่างนั้นปัญหาอาจไม่จบแค่ในหมู่บ้าน
 
“โฮ่! โฮ่! โฮ่!” นาน่าหัวเราะด้วยความชื่นชม หญิงชราเหมือนเห็นภาพตัวเองในอดีต สมัยเธอเป็นเด็ก ทักษะเวทมนตร์ของเธอโดดเด่นกว่าอายุมาก แต่ถ้าเทียบกับลิทตอนนี้แล้ว เธอดูด้อยไปเลย
 
โดยทั่วไป ผู้ชายส่วนใหญ่จะมีความสอดคล้องกับเวทมนตร์น้อยกว่าผู้หญิง ไม่ใช่เพราะสรีระร่างกาย หรืออุปนิสัย แต่เป็นสิ่งที่มีมาแต่กำเนิด ผู้หญิงจะเรียนรู้การใช้มานาได้ดีกว่า
 
เด็กผู้ชายในชนบทส่วนมากมีแนวโน้มจะเป็นเกษตรกรหรือเป็นทหารในกองทัพ
 
“เจ้าบอกว่าสามารถเสกน้ำได้ด้วยใช่มั้ย? ข้าอยากให้เจ้าลองทำบางอย่าง”
 
ลิทพยักหน้าตอบรับ
 
“เสกน้ำขึ้นมา ปริมาณไม่สำคัญ แต่เจ้าต้องพยายามทำให้มันลอยอยู่กลางอากาศ แบบนี้” ก้อนน้ำทรงกลมขนาดเท่ากำปั้น ปรากฏขึ้นและลอยอยู่บนฝ่ามือของนาน่า
 
ลิทเดาไม่ถูกว่าทำไมต้องมีเงื่อนไขแบบนั้น แต่เขาก็ปฏิบัติตาม
 
Jorun!” ลิทเสกน้ำขนาดเท่านิ้วก้อย รูปร่างของน้ำสั่นไหวและไม่มั่นคง เด็กน้อยแกล้งทำเป็นว่าใช้สมาธิเป็นอย่างมาก ก่อนจะปล่อยให้มันตกลงมา
 
ก้อนน้ำลอยอยู่ได้ 3 วินาทีก่อนร่วงลงไป แต่แทนที่จะกระแทกลงพื้น มันลอยขึ้นมาอีกครั้งแล้วเปลี่ยนรูปร่างเป็นทรงกลมสมบูรณ์
 
ก้อนน้ำที่ลิทเสกขึ้นมาถูกนาน่าควบคุมอยู่ มันลอยเข้าไปหาก้อนน้ำบนฝ่ามือของนาน่า  แล้วหมุนวนไปรอบๆ เหมือนโลกที่กำลังโคจรรอบดวงอาทิตย์
 
ลิทตะลึงกับภาพที่เห็น ไม่ใช่ว่าเขาทำแบบนั้นไม่ได้ แต่การควบคุมมานาของนาน่าช่างลื่นไหลและสวยงาม
 
เขาไม่สามารถละสายตาจากก้อนน้ำทั้งสองได้ นอกจากจะหมุนรอบกันแล้ว พวกมันยังหมุนรอบตัวเองด้วย! แสงอาทิตย์ลอดผ่านหน้าต่างส่องกระทบผิวน้ำ สะท้อนเป็นแสงสีรุ้งละลานตา
 
ลิทมองเวทมนตร์เป็นเหมือนเครื่องมือชนิดหนึ่ง ใช้สู้รบ สร้าง รักษา หรือแม้แต่อำนวยความสะดวก แต่เขาไม่เคยเห็นความสวยงามของมันเลยสักครั้ง
 
เป็นครั้งแรกในรอบสามปีที่ลิทได้เห็นความสวยงามของเวทมนตร์ มันช่างน่าอัศจรรย์ เด็กน้อยมองสายรุ้งที่กำลังเต้นรำเหมือนโดนมนต์สะกด พร้อมกับความทรงจำในอดีตที่หวนคืนมาอีกครั้ง
 
เด็กน้อยสองคนที่ซ่อนตัวอยู่ในท้องฟ้าจำลองที่โรงเรียน มองดวงอาทิตย์และโลกด้วยความตื่นเต้น แสงจากดวงจันทร์ส่องประกายน่าหลงใหล พวกเขาใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักบินอวกาศ เพื่อหนีไปยังดาวเคราะห์สักดวง ในที่ที่ไม่มีใครทำร้ายพวกเขาได้อีก
 
น้ำตาไหลพรากออกมา ความโศกเศร้าและความสูญเสียสั่นคลอนจิตใจของเขา
 
“ลิท เจ้าเป็นอะไรมั้ย?” เสียงของเอลิน่าทำให้เด็กน้อยตื่นจากภวังค์
 
เมื่อลิทรู้สึกตัว เขารู้สึกโกรธที่ปล่อยให้ความอ่อนแอเข้าครอบงำ
 
‘น้ำก็เป็นแค่น้ำ ไม่จำเป็นต้องสวยงาม สิ่งสำคัญคือการใช้ประโยชน์’ ความรู้สึกเหล่านั้นทำให้เขาอ่อนแอ เขาอยากจะปิดผนึกความทรงจำของตัวเอง ‘ชั้นสูญเสียมามากพอแล้ว’
 
“ข้าไม่เป็นไร” ลิทหันไปตอบเอลิน่า “ท่านแม่ ข้าอยากเรียนเวทมนตร์กับท่านยายคนนี้”
 
“ข้าชื่อนีเรีย แต่เจ้าสามารถเรียกข้าว่านาน่า” หญิงชราพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
 
“ทำไมทุกคนถึงเรียกท่านว่านาน่า?” ลิทสงสัย
 
นาน่าเป็นคำพูดที่เด็กเล็กมักใช้เรียกย่าหรือยายในครอบครัว
 
“ตอนที่ข้ายังสาว ทุกคนรวมทั้งแม่ของเจ้าก็เรียกข้าว่านีเรีย เวลาผ่านเลยไป ในฐานะหมอ ข้าได้ช่วยเหลือเด็กสาวในหมู่บ้านมามากมาย เมื่อพวกเธอเติบโตขึ้น แต่งงานและมีลูก ข้าจึงเป็นเหมือนเป็นท่านยายของลูกๆพวกเธอ นับจากนั้นทุกคนก็เรียกข้าว่า นาน่า”
 
นาน่าเป็นเหมือนผู้มีพระคุณและหมอประจำหมู่บ้าน
 
“ข้ามีข้อเสนอให้เจ้า เจ้าไม่ต้องไปเรียนที่โรงเรียน แต่มาที่นี่เพื่อเป็นเด็กฝึกงานของข้าแทน เจ้าสามารถอ่านหนังสือพวกนั้นได้มากเท่าที่ต้องการ
 
ลิทเงยหน้ามองหญิงชรา เขาไม่ได้ตอบทันที
 
“ข้าไม่รู้ ข้าอยากเรียนเวทมนตร์ แต่ข้าก็อยากอยู่ที่บ้าน” เด็กน้อยตอบขณะที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังเอลิน่า เขาโผล่หัวออกมาจากด้านข้างของเธอ
 
เอลิน่าไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ เธอรู้สึกเสียดาย เธออยากให้ลิทตอบตกลง มันคุ้มค่าที่จะมาอยู่ที่นี่ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็มีความสุขที่เด็กน้อยอยากอยู่กับครอบครัว 
 
“นาน่า ลิทพึ่งจะอายุ 3 ขวบ เขาไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไรอยู่ เขาอาจไม่รู้ว่าเด็กฝึกงานคืออะไรด้วยซ้ำ”
 
“3 ขวบ” นาน่าถอนหายใจ “เจ้าพูดถูก ข้าอาจจะรีบเกินไป เป็นธรรมดาของเด็กที่จะเลือกของเล่นต่อให้มีทองคำอยู่ตรงหน้า”
 
“เมื่อลิทอายุ 6 ขวบ เราค่อยพูดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง” เอลิน่าคุกเข่าลงแล้วมองตาของเด็กน้อย
 
“อีก 3 ปีข้างหน้า ถ้าหากเจ้ายังสนใจเรื่องเวทมนตร์อยู่ ข้าจะพาเจ้ามาเรียนเวทมนตร์กับนาน่า ตกลงมั้ย?” 
 
ลิทพยักหน้า แล้วเกาะขาของเอลิน่าไว้แน่น
 
ร่างกายที่เล็กและดูอ่อนแอ ทำให้ทุกคนรู้สึกเอ็นดูและอยากปกป้อง มันช่วยปิดบังทุกสิ่งที่อยู่ภายใน
 
‘เรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นบทเรียน ต่อไปนี้ชั้นจะพยายามไม่นึกถึงอดีตอีก ในโลกใบนี้มีเพียงความแข็งแกร่งที่อยู่เหนือทุกสิ่ง คนที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะปกป้องคนที่ตัวเองรักได้ ชั้นไม่ใช่เดเรคอีกแล้ว ข้าคือลิท!’