+100%-

 

ตอนที่ 1 – เริ่มต้นใหม่

 

ยามคํ่าคืน ณ บริเวณชั้นบนของโรงแรมไผ่เขียวในเมืองจินไห่  

 

ฉีเฟิงกำลังเก็บเอกสารของเขาเงียบๆบนโซฟาหนังและจ้องมองไปที่สระว่ายน้ำด้านนอกผ่านหน้าต่างอย่างเหม่อลอย

 

ในขณะนี้หัวใจเขากำลังเต็มไปด้วยความเสียใจและการไม่ยอมรับ

 

เขาเป็นถึงกัปตันของ [ชาโดว์] หนึ่งในสี่กิลด์ใหญ่ของเมืองจินไห่และเขาก็สามารถสั่งสมาชิกของกิลด์ได้นับหมื่นด้วยคำพูดของเขาเพียงคำเดียว 

 

เขาเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงของเมืองจินไห่และเป็นถึงราชาแห่งดาบ 

 

แต่ถึงกระนั้นสิ่งเดียวที่เขาทำได้ในตอนนี้ก็คือนั่งดื่มน้ำตาตัวเองในบ้านของเขา

 

10 ปีที่เขาใช้เวลาไปกับการเล่นเกม 10 ปีที่เขาได้ต่อสู้ในสงครามนองเลือด  

 

เขามีประสบการณ์กับชัยชนะมานับไม่ถ้วน  

 

ภายใต้การนำของเขาชาโดว์ได้ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งเมืองขึ้นถึงสิบแห่งใน ‘เกมดินแดนแห่งพระเจ้า’ และในที่สุดพวกเขาก็สามารถที่จะท้าทายกิลด์ชั้นนำได้

 

อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะได้สนุกกับความรุ่งโรจน์นั้นเอกสารฉบับเดียวก็ได้ทำให้ทุกอย่างหายไปกับตา 

 

ฉีเฟิงไม่เคยคิดเลยว่าความพยายามนับ 10 ปีของเขาจะสูญเปล่า  เขาเสียสละมากมายเพื่อเกมแต่สิ่งที่เขาทำทั้งหมดคือการทำให้คนอื่นสุขสบาย 

 

(ในจีนเขาจะมีการจัดตั้งบริษัทขึ้นมาเล่นเกมโดยเฉพาะ ในเรื่องนี้พระเอกเป็นลูกจ้างของบริษัทที่ตั้งกลุ่ม ชาโดว์ ขึ้นมานั่นเอง)

 

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะเขาคัดค้านการตัดสินใจของชาโดว์ให้เข้าร่วมกับสุดยอดกิลด์อย่างเวิลด์โดมิเนเตอร์

 

วันรุ่งขึ้นกลุ่มการเงินหลานฮัวก็ได้ให้การตอบกลับของเขาโดยการเสียบัญชีราชาดาบเลเวล 200 ของเขาซึ่งเป็นบัญชีที่เขาได้ใช้เวลาไปเป็น 10 ปีกับมันทั้งเลือดเนื้อและหยาดเหงื่อ 

 

แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมามีเพียงแค่เงิน 5,000,000 เครดิตและคฤหาสน์หลังเดียว 

 

เมื่อเปรียบเทียบกับเมือง 10 แห่งที่สร้างขึ้นภายในอาณาจักรสตาร์มูนแล้ว สิ่งที่เขาได้รับกลับมาเรียกได้ว่าเล็กน้อยเป็นอย่างมาก

 

ฉีเฟิงคิดว่าเขามีส่วนร่วมกับชาโดว์มากแค่ไหน  เขาคิดว่าด้วยความพยายามของเขากับทำให้หลานฮัวกรุ๊ปกลายเป็นกลุ่มการเงินขนาดใหญ่ 

แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังโดนพวกมันโยนออกมาราวกับว่าเขาไม่ต่างจากขยะ

“ฉันจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไป ฉันจะต้องเริ่มต้นใหม่” ดวงตาของฉีเฟิงส่องประกายด้วยความมั่นใจและเด็ดเดี่ยวขณะที่มือของเขาฉีกสัญญาการเลิกจ้างเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย  

แม้ว่าเขาจะไม่มีบัญชีราชาดาบของเขา  แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากทีม  แต่ทักษะและความรู้ที่เขาได้รับจากเกมจะไม่ทรยศต่อเขา 

 

ตราบเท่าที่ทักษะของเขายังคงอยู่เขาก็ยังจะสามารถลุกขึ้นมาได้อีกครั้งหากเขามีความพยายาม

 

เขาสามารถสร้างอาณาจักรของเขาใหม่ได้ด้วยตัวเอง

 

—–

 

กริ๊ง!!!   

 

ฉีเฟิงต้องตื่นขึ้นมาอย่างไม่พอใจขณะที่เอื้อมมือไปหาโทรศัพท์ตรงข้างเตียง 

 

“มีอะไร?”

 

“พี่เฟิงนี่ผมเองนะ ‘แบล็คกี้’ นี่พี่ยังถามว่ามีอะไรเกิดขึ้นอยู่อีกเหรอ? ไม่ใช่ว่าเราตกลงจะเป็นนักเล่นเกมมืออาชีพกันหรอ? ชาโดว์เวิร์กชอป กำลังรับสมาชิกใหม่วันนี้ที่มหาลัยของเรา  พี่ไม่อยากเป็นสมาชิกหลักของชาโดว์แล้วหรอ?”

 

เมื่อได้ฟังคำพูดของแบล็คกี้ฉีเฟิงก็รู้สึกสับสบเล็กน้อย 

 

กลุ่มการเงินหลานฮัวเพิ่งไล่เขาออกไป  แล้วทำไมเขาถึงจะต้องเข้ารับการทดสอบของชาโดว์อีก?

 

“พี่เฟิง? พี่เฟิง พี่ได้ยินผมไหม  พวกเขากำลังจะทดสอบกันตอน 10 โมงถ้าพี่ไม่รีบมา พี่จะมาไม่ทัน!”

 

“แบล็คกี้ หยุดเล่นมุขตลกได้แล้ว ฉันเพิ่งถูกไล่ออกจากชาโดว์มา แล้วฉันจะต้องไปทดสอบอีกทำไม”

 

“ไล่ออก? นี่พี่ยังไม่ตื่นรึไง  พี่จะโดนไล่ออกได้ยังไงในเมื่อตอนนี้เขายังไม่ได้เปิดรับสมัคร รีบออกมาเจอกันก่อนเถอะพี่”

 

หลังจากกล่าวจบแบล็คกี้ก็ตัดสายไปก่อนที่ฉีเฟิงจะพูดอะไรได้ทันจนทำให้ฉีเฟิงมองโทรศัพท์ของเขาด้วยความงุนงง  

 

ทันใดนั้นเองเขาก็ได้พบว่าโทรศัพท์ที่กำลังถืออยู่นี้คือไอโฟน 6 ซึ่งมันไม่ใช่ไอโฟน X ที่เขาเคยใช้อยู่ 

 

ด้วยเหตุนี้ฉีเฟิงจึงรีบสำรวจตัวเองในทันที

 

และสิ่งที่เขาได้พบนั่นก็คือห้องอันยุ่งเหยิงขนาดไม่เกิน 15 ตารางเมตรที่มีหนังสือเกี่ยวกับกลยุทธ์การเล่นเกมวางเรียงรายอยู่ทั่วทุกมุมห้อง  ขณะที่บริเวณเหนือโต๊ะเรียนมีแล็ปท็อปที่ล้าสมัยมากและภายในตู้เสือผ้าข้างกำแพงก็มีกระจกเงาติดอยู่กับฝาตู้ 

 

เมื่อเดินไปส่องกระจก  ภาพที่ฉีเฟิงได้เห็นก็คือใบหน้าที่คุ้นเคยของเขาในอดีต

 

“ฉันกลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้งได้ยังไง?” ฉีเฟิงกล่าวด้วยความตกใจ 

 

ในขณะนี้ฉีเฟิงยืนยันได้แล้วว่าเขาได้กลับกลายเป็นเด็กหนุ่มอีกครั้ง  

 

ในอดีตนั้นเขาต้องทนนอนหลับอยู่ในห้องนอนอันคับแคบและสกปรกนี้เพื่อเล่นดินแดนแห่งพระเจ้าขณะที่เรียนในมหาวิทยาลัย 

 

หลังจากนั้นเขาก็ได้รับเงินจากในดินแดนแห่งพระเจ้า  ดังนั้นเขาจึงสามารถเช่าคอนโดขนาดใหญ่ได้

 

เมื่อได้เห็นห้องนี้ฉีเฟิงก็อดที่จะคิดย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่แสนลำบากเหล่านั้นไม่ได้ 

 

สถานการณ์ของครอบครัวเขาในเวลานั้นไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีและเพื่อให้ฉีเฟิงได้เรียนต่อ  พ่อกับแม่ของเขาจึงจำเป็นที่จะต้องกู้หนี้ยืมสินเป็นจำนวนมาก

 

แต่ในทางกลับกันฉีเฟิงก็อยากจะเปลี่ยนสถานการณ์ในครอบครัวของเขา  

 

อย่างไรก็ตามการหางานที่ได้เงินดีในขณะที่มีผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเดินเตะฝุ่นเป็นจำนวนมากนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้  เขาจึงคิดถึงเกมเสมือนจริงที่สามารถทำให้เขาปลดหนี้ได้

 

ดังนั้นเขาจึงได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าเขาจะต้องเป็นผู้เล่นมืออาชีพให้ได้  เขาจึงซื้อหมวกเล่นเกมเสมือนจริงและแช่ตัวเองเอาไว้ในเกมเพื่อพัฒนาทักษะของเขา 

 

ในช่วงเวลานั้นขนมปังและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจึงกลายเป็นอาหารประจำวันของเขาไปโดยปริยาย 

 

และเพื่อประหยัดเงินเขาจึงเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการพบปะทางสังคมกับกลุ่มเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขาจนทำให้เขากลายเป็นคนจืดจางที่มีแต่คนรังเกียจ

 

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” ฉีเฟิงกล่าวขณะมองตัวเองในกระจก  

 

เมื่อฉีเฟิงมองเวลาบนโทรศัพท์ของเขามันก็ได้ปรากฎออกมาเป็นวันที่ 19 เมษายน 2129 

 

“อย่าบอกนะว่าฉันย้อนเวลากลับมาได้จริงๆ?” ฉีเฟิงกล่าวด้วยความสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้น

 

ฉีเฟิงพยายามตบหน้าตัวเองเพื่อปลุกให้ตื่นจากความฝัน  แต่ลึกๆแล้วเขายังมีเศษเสียวแห่งความหวังหวังว่าเขาจะสามารถย้อนเวลากลับมาเมื่อ 10 ปีก่อนได้จริงๆ 

 

เมื่อการตบหน้าไม่ทำให้เขาตื่นได้เขาจึงเดินไปที่โต๊ะและเปิดแล็ปท็อปขึ้นมาเพราะถึงแม้ว่าเวลาในโทรศัพท์ของเขาอาจจะถูกเปลี่ยน  แต่ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตจะไม่สามารถปลอมแปลงได้อย่างแน่นอน 

 

หลังจากท่องเว็บเป็นเวลาหลายนาที

 

ข้อมูลทั้งหมดที่เขาค้นพบก็ระบุให้เห็นว่า  วันนี้เป็นวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 2129 จริงๆ

 

“ฉันย้อนเวลามาจริงหรอเนี่ย? นี่ฉันกลับมาเมื่อ 10 ปีก่อนจริงๆ?” ฉีเฟิงจ้องที่ข่าวของดินแดนแห่งพระเจ้า 

 

เมื่อยืนยันได้ทุกอย่างแล้วน้ำตาเริ่มที่จะไหลออกมาจากหางตาของเขา  ในขณะที่เขาไม่สามารถที่จะอธิบายความรู้สึกของเขาในขณะนี้ได้เลย

 

เพราะเขารู้สึกทั้งเสียใจและดีใจในเวลาเดียวกัน  

 

มันเหมือนกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างก่อนหน้านี้เป็นแค่ความฝัน

 

แต่เมื่อเขาได้มองไปที่รูปครอบครัวของเขาบนโทรศัพท์เขาก็ไม่เคยรู้เลยว่าพ่อแม่ของเขามีผมสีขาว  ขณะที่หางตาของพวกท่านเริ่มปรากฎริ้วรอยขึ้นมาให้เห็นบางแล้ว

 

“พวกท่านแก่ตัวลงถึงขนาดนี้แล้วหรอเนี่ย” ฉีเฟิงกล่าวทั้งน้ำตา

 

 

ในอดีตนั้นมันต้องใช้เวลาหลังจากที่ดินแดนแห่งพระเจ้าได้เปิดให้บริการไปเป็นเวลากว่า 1 ปี   ฉีเฟิงถึงจะรู้ว่าพ่อกับแม่ของเขานั้นมีหนี้สินจำนวนมากและด้วยความเครียดของหนี้สินพวกนั้นมันจึงทำให้พวกท่านเกิดโรคร้ายตามเข้ามา 

 

หลังจากนั้นทั้งพ่อและแม่ของเขาก็ได้ล้มป่วยลงอย่างหนัก  ขณะที่ค่ารักษาพวกท่านนั้นก็จำเป็นที่จะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากแต่ในช่วงเวลานั้นฉีเฟิงเป็นเพียงแค่หัวหน้ากลุ่มเล็กๆในชาโดว์เท่านั้น 

 

ในขณะนั้นฉีเฟิงพยายามทำทุกอย่างเพื่อรวบรวมเงินให้เพียงพอกับค่ารักษา  

 

แต่ถึงกระนั้นสวรรค์ก็ยังไม่เข้าข้างเขา 

 

ท้ายที่สุดแล้วพวกท่านก็จากเขาไปในอีกไม่กี่เดือนให้หลัง  

 

ในอดีตนั้นเขาเป็นลูกอกตัญญูอย่างแท้จริงแต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าโชคชะตาจะเล่นตลกกับเขาได้ขนาดนี้  

 

“เยี่ยม! เยี่ยมมาก! ฉันจะต้องเปลี่ยนทุกอย่างให้ได้  ฉันจะต้องรักษาพ่อกับแม่และต้องทำให้พวกท่านอยู่อย่างสุขสบาย!!!” ฉีเฟิงสาบานกับตัวเองขณะที่เขาเช็ดน้ำตา 

 

เมื่อฉีเฟิงวางแผนสำหรับอนาคตของเขาได้แล้ว  แบล็คกี้ก็ได้โทรมาหาเขาอีกครั้งและกระตุ้นให้ฉีเฟิงรีบไปที่มหาวิทยาลัย

 

อย่างไรก็ตามฉีเฟิงก็ไม่ได้รีบร้อน  เขาจึงค่อยๆแต่งตัวด้วยท่าทางที่ผ่อนคลายก่อนจะมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัย

 

ในอดีตนั้นเขาไม่คุ้นเคยกับชาโดว์มากนักในขณะที่เขายังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย 

 

ในขณะนั่นเขารู้แต่เพียงว่าลูกชายของหลานฮัวกรุ๊ป ‘หลานไห่หลง’ ต้องการที่จะลงทุนสร้างชาโดว์เวิร์กชอปขึ้นมาเพื่อเข้าสู่ดินแดนแห่งพระเจ้า 

 

ด้วยเหตุนี้หลานไห่หลงจึงได้ลงทุนเป็นเงินจำนวนมากเพื่อจัดหานักเรียนและผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยจินไห่  

 

ในเวลานั้นฉีเฟิงจึงได้เข้าร่วมการทดสอบของชาโดว์และได้รับเลือกในการเป็นสมาชิกหลักขณะที่แบล็คกี้ได้กลายเป็นสมาชิกภายนอก  

 

เหตุการณ์นี้ได้ทำให้เขารู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก 

 

หลังจากนั้นอีก 3 ปีฉีเฟิงก็ได้นำพาให้หลานฮัวกรุ๊ปได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาลจากดินแดนแห่งพระเจ้าและกลายเป็นกลุ่มการเงินขนาดใหญ่ 

อย่างไรก็ตามฉีเฟิงก็ไม่เคยคิดเลยว่าหลานไห่หลงจะเป็นคนที่ไล่เขาออกด้วยตนเองแบบนี้

เมื่อเขาได้ย้อนเวลากลับมามันก็เป็นเรื่องที่แน่นอนแล้วว่าเขาจะมีข้อได้เปรียบอย่างมากในดินแดนแห่งพระเจ้า

 

แล้วเขาจะเป็นโง่เข้าร่วมกับชาโดว์อีกทำไม  

 

ในครั้งนี้เขาจะสร้างเส้นทางเป็นของตัวเอง!!

 

ทันทีที่ฉีเฟิงได้เข้ามาในมหาลัย  เขาก็ได้เห็นชายหนุ่มผิวคล้ำกำลังเดินไปมาในห้องโถงด้วยความกังวล 

 

แน่นอนว่าคนๆนี้คือ แบล็คกี้

 

“พี่เฟิงสุดท้ายพี่ก็มา โชคดีที่การลงทะเบียนยังไม่หมดเวลาเราไปลงทะเบียนกันเถอะ” แบล็คกี้กล่าวอย่างกังวลหลังจากได้เห็นฉีเฟิง

 

แต่ฉีเฟิงกลับส่ายหัวและกล่าวอย่างจริงจังว่า

 

“แบล็คกี้ฉันจะไม่เข้าร่วมกับชาโดว์  ฉันจะเปิดเวิร์กชอปของตัวเอง นายจะเข้าร่วมกับฉันไหม”

 

แบล็คกี้เป็นคนที่ฉีเฟิงได้พบกันในเกมเสมือนเกมหนึ่งและในอดีตเขาก็มีทักษะที่ดีทีเดียว

 

และในอดีตนั้นทั้งสองคนก็ได้เผชิญหน้ากับความท้าทายและความยากลำบากมาด้วยกันจนทำให้พวกเขาไม่ต่างไปจากพี่น้องแท้ๆเลยแม้แต่นิดเดียว

 

เมื่อมาถึงจุดที่พวกเขาได้ร่วมงานกันในชาโดว์แบล็คกี้ก็แสดงความสามารถในการบริหารคนออกมา ซึ่งเขาสามารถจัดการสมาชิกของกิลด์ได้นับแสนคนอย่างเป็นระเบียบ  

 

ถ้าฉีเฟิงได้รับความช่วยเหลือของแบล็คกี้ในครั้งนี้แผนการของเขาจะก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว  

 

อย่างไรก็ตามเขาจะเคารพการตัดสินใจของแบล็คกี้

 

นั่นก็เพราะฉีเฟิงไม่มีอะไรในตอนนี้เลยและสถานการณ์ของครอบครัวแบล็คกี้ก็ไม่ค่อยจะดีเช่นกัน 

 

แบล็คกี้สับสนจากคำพูดของฉีเฟิงเป็นอย่างมากและเลือกที่จะก้มหน้าลงไปในความเงียบ  

 

มันฉับพลันเกินไปแต่เขาก็รู้สึกว่า  ฉีเฟิงที่เขาเห็นในวันนี้ต่างออกไปจากปกติ  

 

ฉีเฟิงในวันนี้เต็มไปความมั่นใจ  

 

หลังจากผ่านไปหนึ่งนาทีเต็ม แบล็คกี้ก็เงยหน้าขึ้นมองฉีเฟิง

 

“พี่เฟิงเลิกพูดไร้สาระได้แล้ว  พี่รู้ไหมค่าใช้จ่ายในการซื้อหมวกเล่นเกมเสมือนจริงมันมีมูลค่าเท่าไหร่  อย่างตํ่ามันก็ 8,000 เครดิตแล้วนะ  ยิ่งกว่านั้นพี่ยังต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 6 คนเพื่อเริ่มเวิร์กชอป

 

ไหนจะเรื่องที่ออฟฟิทล่ะ เงินเดือนล่ะ ยังไม่นับเรื่องอีกหลายๆอย่าง  ดังนั้นเงินทุนเริ่มต้นขั้นต่ำพี่ก็จะต้องมีไม่ต่ำกว่า 78,000 เครดิต นอกจากนี้ยังมีค่าดูแลระยะยาวอีก  แล้วตอนนี้พี่มีเงินมากพอรึเปล่า?” แบล็คกี้กล่าวทั้งๆที่รู้ถึงสถานการณ์ของฉีเฟิงดี

 

เขารู้ว่าสถานะทางบ้านของฉีเฟิงไม่ได้ดีนัก  ดังนั้นเขาจึงอยากชักชวนฉีเฟิงออกจากความคิดแบบบ้าๆนี้

 

“นายพูดถูกแล้ว ตอนนี้ฉันไม่มีเงินเลยแม้แต่น้อย” ฉีเฟิงพยักหน้าของเขาในเชิงยอมรับ

 

มันเหมือนกับที่แบล็คกี้กล่าว แม้แต่เงินเพียง 78,000 เครดิตเขาก็ยังไม่มีเพราะในตอนนี้เขามีเงินติดตัวไม่กี่ 100 เครดิตเพียงเท่านั้น

 

“แทนที่จะไปเสี่ยงดวงมันจะไม่ปลอดภัยกว่าหรอที่เราจะเข้าร่วมกับชาโดว์  อย่างน้อยที่สุดชาโดว์ก็ให้หมวกเล่นเกมเสมือนจริงได้ ดังนั้นถ้าพวกเราไม่ได้เข้าร่วมกับพวกเขาพวกเราก็จะไม่สามารถแม้แต่เข้าเล่นเกมได้” 

 

เมื่อเห็นว่าฉีเฟิงเข้าใจถึงปัญหาแล้ว  แบล็คกี้ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

 

“ฉันยังยืนยันว่าฉันจะทำเวิร์กชอปของฉันเอง  ฉันไม่ต้องการถูกควบคุมโดยคนอื่น ดังนั้นแบล็คกี้นายจะเข้าร่วมกับฉันได้ไหม?” ฉีเฟิงถามอีกครั้ง

 

ฉีเฟิงไม่แน่ใจว่าแบล็คกี้จะเอากับเขาด้วยเนื่องจากเขาไม่มีหลักค้ำประกันใดๆ

 

นอกจากนี้เขายังไม่สามารถเปิดเผยความลับที่เขาได้ย้อนเวลากลับมา  

 

เขาหวังแค่ว่าแบล็คกี้จะเชื่อมั่นในตัวเขา

 

เมื่อเห็นการแสดงออกอย่างจริงจังของฉีเฟิง  แบล็คกี้รู้สึกว่าฉีเฟิงกำลังทำตัวแปลกๆในวันนี้ 

 

ทุกคนก็น่าจะรู้ว่าช่วงเริ่มต้นของเกมมันไม่สามารถที่จะหาเงินได้เป็นจำนวนมากอยู่แล้ว

 

หรือฉีเฟิงมีวิธีการสร้างรายได้ในดินแดนแห่งพระเจ้า?

 

(นึกภาพเกมเปิดใหม่  คนจะแห่กันเข้าไปแล้วก็แย่งมอนกันตี ใครมันจะไปหาเงินเยอะๆได้)

 

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะสามารถทำเงินได้  แต่มันก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาเป็นเดือนๆ

 

หลังจากลังเลมานานแบล็คกี้ก็ตอบอย่างไม่เต็มใจว่า

 

“ฉันเข้าใจแล้ว  พี่เป็นหัวหน้าละกัน  ผมจะเริ่มต้นเวิร์กชอปร่วมกับพี่  แล้วเรื่องหมวกเล่นเกมเสมือนจริงล่ะเราจะไปเอามาจากไหน?” 

 

เมื่อได้ยินคำตอบฉีเฟิงก็ถอนหายในออกมาอย่างโล่งอกและตบไปที่ไหล่ของแบล็คกี้เบาๆขณะพูดว่า

 

“อย่ากังวลเรื่องหมวกเลย  ฉันจำได้ว่าดินแดนแห่งพระเจ้ามีหมวกให้ทดลองใช้สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยอยู่  ดังนั้นตราบใดก็ตามที่นายแสดงบัตรประจำตัวนักเรียน พวกเราก็จะสามารถเล่นเกมได้ฟรีเป็นเวลา 10 วัน”

 

“แล้วเราจะทำยังไงหลังจาก 10 วันนี้แล้ว?”

 

ฉีเฟิงเผยรอยยิ้มอันมั่นใจในขณะที่เขาตบมือลงบนบ่าของแบล็คกี้ 

 

การหาเงิน 16,000 เครดิตสำหรับหมวกเล่นเกมภายใน 10 วันอาจจะเป็นเรื่องที่คนอื่นทำไม่ได้แต่มันจะไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา

 

เพราะเขาคือคนที่ได้กลับมาเกิดใหม่!!! 

 

 

 

 

Digiprove sealCopyright secured by Digiprove © 2020 oma1 dev