+100%-

ตอนที่ 15 คลังแสง!

 

‘ติ๋ง! ติ๋ง! ‘

 

หยดเลือดจากมีดกรุตข่าไหลรินลงไปที่พื้น ทหารเยอรมันสามนายถูกสังหารอยู่ในตู้คอนเทรนเนอร์ ส่วนอีกสามนายถูกสังหารอยู่ด้านนอกรถ

 

“ฟูว ~” ไคล์ พ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอกและหัวใจยังคงตื่นเต้น อะดรีนาลีนและเลือดไหลเวียนสูบฉีดอยู่ภายในร่างกายและหน้าผากก็เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อมากมาย

 

เพื่อไม่ให้ ทหารเยอรมัน ส่งเสียงเตือนให้คนภายในฐานรับรู้เขาต้องลงมือฆ่าให้เร็วที่สุด

 

ในช่วงระยะเวลาห้าวินาทีแห่งการฆ่า ไคล์ ได้ใช้ความแข็งแกร่งทางกายภาพของร่างกายและ ความสามารถด้านทักษะการต่อสู้ที่ได้รับมาจากการ์ดจนถึงขีดสุด

 

ไคล์ ไม่กล้าประมาท เขารีบกวาดสายตามองดูสภาพแวดล้อมรอบๆตัวเขา จนแน่ใจว่าสถานการณ์โดยรวมยังคงปกติ

 

เขาเช็ดเลือดที่เปื้อนมีดบนเสื้อผ้าของศพจากนั้นก็สอดมีดกลับเข้าไปฝักหนังที่เอว

 

จากนั้น ไคล์ ย้ายร่างของทหารทั้งสามนายที่อยู่ด้านนอกเข้าไปไว้ในตู้คอนเทรนเนอร์

 

เด็กสาวผมบลอนด์มองดูศพทั้ง 6 ศพที่อยู่ต่อหน้าต่อตาเธอ โดยไม่มีทีท่าว่าจะกลัว และในตอนนี้ดวงตาของเธอได้เปลี่ยนไปจ้องมอง ไคล์ ผู้ซึ่งไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อยจากการต่อสู้และนั่นมันทำให้เธอตกใจ

 

ทหารเยอรมัน นั้นแข็งแกร่ง การฝึกฝนก็เข้มงวดและเป็นมาตรฐาน แต่ละคนในสายตาของพลเรือนนั้นเป็นเหมือนเครื่องจักรสังหาร

 

แต่ทหารเยอรมันทั้ง 6 นายที่ทรงพลังนั้น กลับมาตายด้วยมีดของทหารหนุ่มในเวลาสั้น ๆ และไม่มีโอกาสที่จะขอความช่วยเหลือ หากเธอไม่เห็นด้วยตาของเธอเองใครเล่าจะกล้าเชื่อในเรื่องที่เหนือจินตนาการนี้

 

“ เอ่อ…” หญิงสาวถอนหายใจแล้วพูดเบา ๆ กับ ไคล์ “ขอบคุณ.”

 

ไคล์ ยักไหล่แล้วพูดว่า“ ยังเร็วไปที่จะขอบคุณ พวกเรายังอยู่ในฐานทัพของเยอรมัน”

 

“เอ๋?” หญิงสาวตกตะลึงเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำพูดของ ไคล์

 

“ ตอนนี้ยังไม่มีเวลาอธิบายให้ฟัง คุณซ่อนตัวอยู่ที่นี่อย่าได้ส่งเสียง ฉันจะกลับมาเพื่อช่วยคุณในภายหลัง”

 

เมื่อ ไคล์ พูดจบเขาก็รีบออกจากตู้คอนเทรนเนอร์และปิดประตูเหล็กในทันที

 

แม้ว่าการทิ้งหญิงสาวเอาไว้ที่นี่จะเป็นความเสี่ยง แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถดูแลเธอได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขาอยู่ในฐานทัพของศัตรู

 

ในตอนนี้เขาไม่ต้องการเสียเวลา เพราะเหลือเวลาแค่เพียง 20 นาทีก่อนที่การโจมตีตามแผนการที่วางไว้จะเริ่มขึ้น

 

แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตี แต่อีกสี่หน่วยจะโจมตีค่ายศัตรูทั้งสี่แห่ง ในเวลานั้นฐานใหญ่จะต้องได้รับการแจ้งเตือนและเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด

 

“เริ่มเปิดใช้ปิดบังซ่อนเร้น”

 

ไคล์ ถือมีดเอาไว้ในมือจากนั้นเดินตรงไปที่บ้านไม้ภายในฐานเพื่อทำการสำรวจ

 

‘ฟุบ’

 

เขาย่องเข้าไปในเงามืดห่างจาก หน่วยลาดตระเวน ไม่ไกลซึ่งอยู่ในระยะเกินกว่า 5 เมตร และไม่มีทหารคนใดรู้ตัวหรือมองเห็นเขา

 

แม้จะมีแสงไฟสาดส่องจากป้อมปราการและการลาดตระเวนของทหารที่มีเป็นระยะๆภายในฐาน แต่ตราบใดที่แสงไฟไม่ส่องถูกตัวเขาบวกกับช่วงเวลากลางคืนที่มืดมิดเช่นนี้ ไคล์ สามารถเดินอย่างเงียบ ๆ ภายในฐาน

 

ความมืดและสภาพแวดล้อมโดยรอบเป็นผลดีต่อเขา

 

ไคล์ เดินอยู่ในเงามืดและหยุดที่มุมด้านหน้าของบ้านไม้หลังหนึ่ง

 

ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างบ้านที่อยู่ตรงหน้าเขาและบ้านหลังอื่นคือการลาดตระเวนในพื้นที่โดยรอบนั้นแข็งแกร่งกว่าสองเท่าและมีทหารคอยเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูบ้าน

 

“หรือจะเป็นบ้านพักของ ผู้บัญชาการ?” ภายในใจของ ไคล์ เกิดความสงสัย

 

หากสามารถสังหาร ผู้บังคับบัญชา ของฐานนี้ได้ก่อนที่ภารกิจการโจมตีจะมาถึง ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง

 

คำถามก็คือจะแอบเข้าไปในบ้านหลังนี้ได้อย่างไร

 

แต่แล้วจู่ ๆ ไคล์ ก็นึกถึงบางสิ่งออกและมีรอยยิ้มปรากฏที่มุมปากของเขา

 

……………..

 

หน้าบ้านหลังใหญ่

 

ทหารยามยืนถือปืนอยู่ข้างประตูคอยระแวดระวังโดยไม่ไหวติง

 

แม้ว่าบ้านพักหลังนี้จะอยู่ในฐานมันก็ไม่มีข้อยกเว้น เพราะสิ่งของที่เก็บไว้ในบ้านเป็นของที่สำคัญ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเข้มงวดและจะไม่ประมาท

 

“ช่างเป็นค่ำคืนที่ยาวนาน เหลือเวลาอีกเป็นชั่วโมงกว่าจะเปลี่ยนเวรยาม” ในขณะที่ ทหารยาม กำลังพึมพำอยู่กับตัวเองอยู่นั้น จู่ๆก็มีบางสิ่งบางอย่างบินมากระแทกใบหน้าเขา

 

“ค้างคาว?”

 

ทหารยามนั้นตกตะลึงและเอื้อมมือคว้ามัน แต่เขาไม่คิดเลยว่าค้างคาวตัวนี้จะดุร้าย มันกัดโหนกแก้มของเขาและไม่ยอมปล่อย

 

“ไอ้เวรเอ้ย!”ทหารยามหลับตาด้วยความเจ็บปวดกระแทกมันลงพื้นแล้วเปิดประตูบ้านจากนั้นก็คว้าไม้เพื่อจะตีค้างคาวตัวนั้นด้วยความโกรธ

 

ในขณะที่การป้องกันหละหลวม ร่างที่โปร่งใสพุ่งผ่านเขาไปในบ้านอย่างรวดเร็ว

 

“เกิดอะไรขึ้น?!”

 

หน่วยลาดตระเวน รีบวิ่งมาที่ทหารยามและเอ่ยถามขึ้น

 

“ ไม่มีอะไร ก็แค่ค้างคาวตัวหนึ่ง”

 

ทหารยามเอ่ยตอบพร้อมกับถ่มน้ำลายใส่ค้างคาวที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น

 

เมื่อเห็นฉากนี้หน่วยลาดตระเวนก็มองหน้ากันไปมาและอดที่จะหัวเราะไม่ได้

 

ประตูบ้านถูกปิดโดยทหารยาม และภายในบ้านที่มืดมิด ไคล์ ก็ค่อยๆปรากฏร่างออกมา

 

“ การ์ดไบโอ มีประโยชน์มากกว่าที่ฉันคิด” ไคล์ พึมพำกับตัวเองแม้ว่ามันจะเป็นแค่ การ์ดระดับสีขาว แต่มันก็สามารถสร้างโอกาสให้เขาได้มากมาย

 

การ์ดไบโอ ยังมีคุณสมบัติพิเศษอีกอย่างหนึ่งนั้นก็คือ – การปฏิบัติตามคำสั่ง

 

สิ่งมีชีวิตที่ถูกเรียกออกมา จะเชื่อฟังคำสั่งของเจ้านายของมันอย่างซื่อสัตย์ ซึ่งถือว่าเป็นอาวุธ ‘ชีวภาพ’ อย่างแท้จริง

 

“ขอดูหน่อยสิว่าข้างในนี้มันได้ซ่อนอะไรเอาไว้”

 

สายตาของ ไคล์ กวาดมองไปทั่วห้องโถงของบ้าน ในขณะที่เขาเข้ามาในนี้ เขารู้สึกว่าที่นี่ไม่น่าจะใช่สำนักงานใหญ่ที่คอยเอาไว้สั่งการ

 

มันเป็นเหมือนคลังสินค้าที่เอาไว้จัดเก็บวัสดุ และมีชั้นวางหลายแถวซ้อนๆกันเต็มไปหมด

 

โดยไม่ต้องเปิดกล่องให้เสียเวลาเพียงแค่ ไคล์ มุ่งความสนใจไปที่กล่อง การ์ดไอเท็ม ก็ปรากฏออกมาทันที

 

[ปืนไรเฟิลเยอรมัน], [กระสุนปืนไรเฟิล], [ปืนกล], [ระเบิดมือ] …

 

คลังแสง?

 

ดวงตาของ ไคล์ เป็นประกายของเหล่านี้มันมีความสำคัญมากกว่า ผู้บัญชาการ เสียอีก

 

เพราะคลังแสงนี้มันสามารถกุมชีวิตของฐานขนาดใหญ่นี้เอาไว้ในมือ

 

ไคล์ เดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับดึงการ์ดทุกใบที่ขวางหน้า โดยใช้เวลาดึงการ์ดหนึ่งใบต่อสามวินาที

 

ในขณะที่เขาเดินเข้าไปด้านในสุดของตัวบ้าน เขาก็หยุดเท้าลงและก้มลงมองพื้นพร้อมกับใช้นิ้วมือเคาะเบาๆและเสียงที่ได้ยินนั้น ดูเหมือนว่าพื้นตรงนี้มันจะกลวง

 

“ห้องลับใต้ดิน?”

 

ไคล์ ยิ้มเบาๆ วิธีเล็กๆ นี้ไม่สามารถตบตาเขาได้ ในไม่ช้าเขาก็พบวิธีเข้าสู่ชั้นใต้ดินและเดินลงบันไดไป อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เขาเคยคิดว่าห้องลับในชั้นใต้ดินนี้คงจะมืดมาก แต่ที่ไหนได้มันกลับเต็มไปด้วยแสงสีฟ้าลึกลับ

 

สิ่งแรกที่ดวงตาของ ไคล์ สัมผัสนั่นก็คือ ลูกบาศก์สี่เหลี่ยม ที่กำลังปลดปล่อยแสงสีฟ้าออกมาซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกได้ถึงพลังงานมหาศาลที่อยู่ภายในลูกบาศก์นั้นอย่างชัดเจน