+100%-

ตอนที่ 10 นิค ฟิวรี

 

“การโจมตีในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อทำลายค่ายทหารทั้งห้าแห่งของนาซีเยอรมัน จากเครื่องหมายบนแผนที่แสดงให้เห็นว่าหนึ่งในนั้นเป็นค่ายรบขนาดใหญ่ และอีกสามค่ายมีความแข็งแกร่งระดับปานกลาง ส่วนอีกแห่งหนึ่งเป็นสถานีขนส่งซึ่งคาดว่ามีทหารน้อยกว่าสี่แห่งที่กล่าวมา”

 

พันเอกมาร์กอส เริ่มอธิบายถึงแผนการให้กับเหล่านายทหารทุกนายในเต็นท์บัญชาการ ที่กำลังจดจ่อกับการฟังและเห็นได้ชัดว่าพวกเขารอช่วงเวลานี้มานานแล้วที่จะโจมตีโต้กลับ

 

ก่อนหน้านี้กองทัพสหรัฐถูกกองทัพเยอรมันกดดันอย่างหนักหน่วงและมันเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้นที่แนวป้องกันด้านหน้าจะพังทลายลง แต่เมื่อมีแผนที่ซึ่งสามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งของค่ายทหารของข้าศึก สถานการณ์มันจะพลิกกลับอย่างสมบูรณ์ในทันที

 

“ค่ายทหารขนาดใหญ่ของข้าศึกนั้นน่าจะมีทหารมากกว่าห้ากองพัน ส่วนค่ายทหารระดับปานกลางน่าจะมีกำลังทหารมากกว่าสามกองพัน…”

 

พันเอกมาร์กอส กล่าวขึ้นพร้อมกับใช้นิ้วมือชี้บนแผนที่ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นแผนที่จำลองทางทหารในรูปแบบสามมิติ ข้อมูลในแผนที่นั้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงแนวป้องกันและค่ายทหารทั้งห้าแห่งของกองทัพนาซีเยอรมัน

 

“ในครั้งนี้จะเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุด พวกคุณไปจัดเตรียมกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่จะใช้ในการโจมตีช่วงเวลากลางคืน – การต่อสู้ครั้งนี้ต้องลดการสูญเสียให้น้อยที่สุดแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องยากก็ตาม….”

 

ไคล์ ได้ยินการกระจายกำลังทหารของพันเอกและแผนการจู่โจมทำให้เขารู้ว่าการสู้รบที่รุนแรงกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว

 

พันเอกมาร์กอส ได้มอบหมายหน้าที่รับผิดชอบต่อเจ้าหน้าที่แต่ละคน หลังจากรู้ว่าแต่ละคนมีหน้าที่อะไรพวกเขาก็รีบออกจากเต็นท์เพื่อจัดเตรียมความพร้อมในการทำสงคราม

 

ในไม่ช้ามีเพียง ไคล์ เท่านั้นที่เหลืออยู่ในเต็นท์

 

นี่ ผู้บัญชาการ คงไม่ลืมฉันหรอกใช่ไหม?

 

ไคล์ พึมพำอยู่ในใจและมองดู พันเอกมาร์กอส ซึ่งกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ อย่างไรก็ตามตั้งแต่เขาเข้ามาข้างในนี้เขาไม่ได้ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า เขาใช้โอกาสในช่วงเวลาที่เหล่าทหารวางแผนการประชุม ทำการดึงการ์ดความสามารถสีเขียวที่ดีๆสักสองสามใบจากเจ้าหน้าที่ที่อยู่รอบๆตัวเขา

 

และในขณะนี้ พันเอกมาร์กอส จิบน้ำและสายตาของเขาได้มองมาที่ ไคล์ ใบหน้าที่เคร่งขรึมผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขายิ้มแล้วพูดว่า“ พลทหารไคล์ แผนการจู่โจมในคืนนี้สำคัญมากแม้ว่านายเพิ่งจะกลับมาจากแนวหน้า อย่างไรก็ตามฉันยังต้องการให้นายได้เข้าร่วมจู่โจมในปฏิบัติการนี้ด้วย”

 

“แน่นอน. ผมจะเข้าร่วมปฏิบัติการนี้ เพราะมันถือเป็นเกียรติของผมในฐานะทหารอเมริกันและผมจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อฆ่าศัตรูในคืนนี้” ไคล์ เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด

 

“ดี! มีความตั้งใจที่ดี นายคือความภูมิใจของเหล่าทหารใหม่และยังมีประสิทธิภาพที่น่าทึ่งในสนามรบ วันนี้ฉันได้ยินคำชื่นชมจากจ่าทหารหลายนายที่ได้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับนายที่อยู่ในแนวหน้า” พันเอกมาร์กอส พึงพอใจกับ ไคล์ ที่สามารถสร้างผลงานในสนามรบได้อย่างดีเยี่ยมและยิ่งเห็นว่า ไคล์ เป็นทหารใหม่ที่แข็งแกร่งเขายิ่งพอใจเป็นอย่างมาก

 

ทหารที่เพิ่งถูกเกณฑ์เข้ามาอยู่ในสนามรบหากสามารถใช้กำลังได้ถึง 70% ของกำลังปกติก็ถือว่าดีมากแล้ว แต่ ไคล์ ที่เพิ่งมาถึงทำตัวเหมือนเป็นทหารผ่านศึกที่เหยียบย่ำสนามรบมานักต่อนัก

 

นอกจากวางแผนการรบในการโจมตีครั้งนี้แล้ว พันเอกมาร์กอส ยังตรวจสอบตัวตนของ ไคล์ จากศูนย์บัญชาการในแนวหลัง เพราะเขากลัวว่า ไคล์ จะเป็นสายลับที่กองทัพนาซีเยอรมันส่งมา แต่เมื่อได้รับการยืนยันตัวตนเขาก็รู้สึกผ่อนคลาย

 

พันเอกมาร์กอส นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า:“ แต่คืนนี้ฉันไม่ได้ส่งนายไปจู่โจมในฐานะพลทหาร”

 

“ ไม่ใช่ฐานะพลทหาร?…” ไคล์ รู้สึกประหลาดใจ

 

“ใช่.” พันเอกมาร์กอส พยักหน้าและแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น เขาหยิบตราทหารออกจากลิ้นชักแล้ววางลงบนโต๊ะ จากนั้นก็พูดขึ้นว่า“ จากนี้ต่อไปนายจะไม่ใช่พลทหาร ” แต่จะเป็น ‘สิบโท’”

 

“สิบโท?” ไคล์ ตะลึงและชี้ไปที่จมูกของเขา

 

แม้ว่ายศนี้จะไม่สูง แต่ในกองทัพก็ถือได้ว่าเขาได้ก้าวเข้าสู่สถานะที่เรียกว่า ‘เจ้าหน้าที่’!

 

สามวัน เขาใช้เวลาเพียงสามวัน จนนำไปสู่การเลื่อนตำแหน่ง?

 

“ ทำไมนายไม่เชื่อในศักยภาพของตนเองเหรอ?” พันเอกมาร์กอส เอ่ยขึ้นพร้อมกับเผยรอยยิ้ม

 

“เปล่าครับ แต่สิ่งนี้มันเกิดขึ้นปุ๊ปปั๊ปเกินไป ซึ่งผมไม่เคยคิดเลยว่าจะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง” ไคล์ ยักไหล่และอารมณ์ของเขาก็สงบลงอย่างรวดเร็ว

 

“หากเป็นเวลาที่สงบสุข ทหารเกณฑ์ที่พึ่งผ่านการเกณฑ์ทหารมาแค่เพียงสามวันจะไม่สามารถเลื่อนตำแหน่งได้ แม้แต่นายพลก็ไม่สามารถแต่งตั้งยศให้ได้เช่นกัน”

 

พันเอกมาร์กอส กล่าวอย่างเคร่งขรึม“ แต่ตอนนี้มันเป็นสงครามโลก! พลทหารไคล์ การสู้รบที่นายเผชิญในสองสามวันที่ผ่านมานั้น นายได้ฆ่าศัตรูมากมายซึ่งมากกว่าทหารผ่านศึกที่สู้มานานกว่าสิบปี ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า”

 

ประสิทธิภาพการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม ความสามารถในการวิเคราะห์ข่าวกรองที่ยอดเยี่ยม มันน่าเสียดายหากนายเป็นแค่พลทหาร ในเมื่อนายมีความสามารถทางทหารที่ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ มันก็เหมาะสมแล้วที่จะมอบตำแหน่งนี้ให้กับนาย

 

“ผมเข้าใจแล้ว.” ไคล์ พยักหน้ารับ

 

วีรบุรุษในยามลำบาก เป็นเพราะช่วงเวลาของสงครามโลกครั้งที่สองผู้คนที่มีความสามารถ สามารถเลื่อนตำแหน่งของพวกเขาได้อย่างรวดเร็ว

 

ฉันรู้สึกชอบช่วงเวลานี้จริงๆ

 

มุมปากของ ไคล์ ยกขึ้นเล็กน้อยและดวงตาสีฟ้าเต็มไปด้วยแสงที่มั่นใจ มันถือเป็นความโชคดีที่เขาได้เกิดใหม่อีกครั้งในสงครามโลกครั้งที่สองของจักรวาลมาร์เวล

 

พันเอกมาร์กอส ยิ้มและกล่าวว่า:“สำหรับปฏิบัติการในคืนนี้มันเป็นภารกิจที่สำคัญดังนั้นฉันจะยังไม่ให้นายเป็นหัวหน้าทีม”

 

“เป็นแบบนั้นก็ดีแล้ว” ไคล์ ถอนหายใจและตอนนี้เขารู้ชัดเจนว่า พันเอก ต้องการให้เขาเรียนรู้และฝึกฝนจากภารกิจการโจมตีในครั้งนี้

 

พันเอกมาร์กอส ตะโกนออกไปนอกเต็นท์:“ ทหารเรียก จ่าสิบเอกฟิวรี เข้ามา”

 

“ จ่าสิบเอกฟิวรี?” ไคล์ แตะคางของเขาและชื่อนี้ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคย

 

หลังจากนั้นไม่นานมีเจ้าหน้าที่ผิวดำเดินเข้ามาในเต็นท์ ตาซ้ายของเขาถูกพันด้วยผ้ากอซ แต่เขาก็ยังสวมชุดทหารเต็มรูปแบบราวกับเตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่สนามรบได้ตลอดเวลา

 

“ เป็นคุณนั่นเอง” ไคล์ รู้สึกประหลาดใจเพราะคนคนนี้คือจ่าสิบเอกที่เขาเจอในแนวหน้าตั้งแต่วันแรกที่เขาเข้ามาในสนามรบ

 

“ สวัสดีพลทหารไคล์ ไม่สิ สิบโทไคล์” จ่าฟิวรี ทักทาย ไคล์ อย่างอบอุ่นจากนั้นก็เดินไปที่ พันเอกมาร์กอส พร้อมกับทำความเคารพ“ ท่านผู้พัน! ผมจ่าสิบเอกฟิวรี มารายงานตัวและพร้อมที่ทำตามแผนปฏิบัติการทั้งหมดแล้วครับผม!”

 

“ดีมาก.” พันเอกมาร์กอส พยักหน้าและพูดกับ ไคล์:“ นี่คือหัวหน้าทีมของนายในคืนนี้ นิค ฟิวรี เขามียศจ่าสิบเอกและมีประสบการณ์ในการสั่งการภาคสนามมาแล้วมากมาย”

 

ไคล์ กระพริบตาและเมื่อเขาได้ยินชื่อของจ่าสิบเอกมันก็ทำให้เขาชะงักไปชั่วครู่

 

นิค ฟิวรี? ผู้อำนวยการองค์กรสายลับ S.H.I.E.L.D.ในศตวรรษที่ 21?

 

“ยินดีที่จะได้ร่วมงานด้วยกันในคืนนี้” จ่าฟิวรี มองไปที่ ไคล์ พร้อมกับพยักหน้า

 

“ เช่นกันครับ”ความรู้สึกของ ไคล์ กลับมาสงบอีกครั้ง ตอนนี้มันอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ไม่ต้องพูดถึง ผู้อำนวยการองค์กรสายลับ S.H.I.E.L.D. แม้กระทั่ง S.H.I.E.L.D. ก็ยังไม่ได้รับการก่อตั้งขึ้น

 

และเขายังสงสัยว่า ผู้อำนวยการองค์กรสายลับ S.H.I.E.L.D. ไปโผล่ในอนาคตโดยที่อายุไม่ต่างไปจากเดิมได้อย่างไร?

 

เรื่องนี้มันค่อนข้างน่าสนใจ