+100%-

Chapter 57 ตรวจสอบ 

  

“ว่าไงนะ? พบคนที่ใส่หน้ากาก?” สารวัตโฮลุกขึ้นพรวดเมื่อได้รับรายงานผ่านทางโทรศัพท์ 

“ดีมาก ไม่ต้องตามไป ช่วงนี้อย่าทำอะไรที่ขัดกับฝ่ายนั้นแล้วกัน” เขาสั่ง 

ทันทีที่เขาวางสาย สารวัตรโฮถอนหายใจ นึกย้อนถึงชายผู้ใส่หน้ากากในความทรงจำของเขา 

ความจริงแล้วหลังจากที่แมวนักฆ่าเสียชีวิต กองตำรวจได้ทำการตรวจสอบและสืบสวนเกี่ยวกับชายสวมหน้ากากอย่างเต็มรูปแบบ 

รายงานเกี่ยวกับชายสวมหน้ากากจากข้อมูลที่เขามีทำเขาเย็นสันหลังวาบ 

การควบคุมเวลา ควบคุมจิตใจ การเผาไหม้ พลังลึกลับเกี่ยวกับวิญญาญ การสะกดจิต หรือภาพลวงตา ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของพลังของเขา บวกกับที่เขาสามารถโค่นแมวนักฆ่าได้อย่างสบาย ทำให้ทุกฝ่ายที่อยู่ในกระบวนการสืบสวนล้วนแต่หวาดกลัว 

เขามีพลังหลากหลายและสามารถผสมผสานมันด้วยกันได้อย่างดี เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่พวกเขาคิดว่าพลังของชายสวมหน้ากากนั้นมีมากกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้ 

ที่แย่คือดูเหมือนว่าพลังของชายสวมหน้ากากจะยังมีข้อบอกพร่องบางอย่าง หากเขาฝึกฝนขัดเกลาพลังจนสามารถใช้มันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้แต่แมวนักฆ่าก็ไม่สามารรับการโจมตีของเขาได้ สารวัตรโฮลองนึกว่าหากตัวเขาเป็นชายสวมหน้ากากจะจัดการกับแมวนักฆ่าอย่างไรดี เขาก็คิดได้อย่างน้อย 5 ถึง 6 ทาง

ส่วนที่น่ากลัวคือแมวนักฆ่าตัวนั้นสามารถจัดการกองกำลังตำรวจติดอาวุธครบมือ 10 คนได้ในทีเดียว 

หากชายสวมหน้ากากใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อกำจัดแมวนักฆ่าล่ะก็ เขาจะมีความแค้นต่อแมวนักฆ่ามากแค่ไหนกันนะ? 

ด้วยพลังในการควบคุมเวลา แม้แต่ในเมืองใหญ่อย่างเจียงเหมินคงไม่มีใครกล้าประจันหน้ากับชายสวมหน้ากากแน่นอน 

แต่ถ้าเป็นคนทั้งเมืองก็อาจจะต่อกรกับชายสามหน้ากากและแมวของเขาได้ การปลิดชีพทั้งคู่จะเป็นเรื่องง่ายเช่นกัน แต่ใครจะเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกันล่ะ 

ยิ่งไปกว่านั้น ชายสวมหน้ากากเพียงหายตัวไปเงียบๆ ไม่เหมือนกับแมวนักฆ่า เขาไม่ใช้พลังเพื่อก่ออาชญากรรมหรือในทางมุ่งร้ายอื่นๆ ดูเหมือนเขาจะเป็นมนุษย์ธรรมดาทั่วไปเสียด้วยซ้ำ 

เป็นสัญญาณดีในการเปิดโอกาสจะดึงเขามาอยู่ในฝ่ายเดียวกัน 

ตัวตนของชายสวมหน้ากากนั้นถูกจัดอยู่ในหมวด “ลับเฉพาะ” ในเจียงเหมินมีเพียงไม่กี่คนที่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของชายสวมหน้ากาก และสารวัตรโฮเป็นหนึ่งในนั้น 

“อาจต้องรอเวลาดีๆ ก่อน” 

 

จาวเหยากำลังพามัจฉะและลูกแมวน้อยไปที่โรงพยาบาลสัตว์สตาร์รี่สตาร์รี่ด้วยพานาเมร่า 

เขาตั้งใจจะรับลูกแมวน้อยตัวนี้ไปดูแลจึงต้องพาไปตรวจร่างกายและรับวัคซีนต่างๆ ให้ครบถ้วนเสียก่อน 

ทันใดนั้น มัจฉะนั่งทับตัวลูกแมวและตบหัวอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง “โทรศัพท์ของฉันอยู่ไหน? เอาคืนมา!” 

จาวเหยาหันไปมอง “อะไรกัน ตีกันทำไมอีก” 

มัจฉะทำตัวเองให้ดูน่าสงสารและเล่าเรื่องราวเวอร์ชันเกินจริงให้จาวเหยาฟัง 

“โห พลังกินอะไรก็ได้หรอ” จาวเหยานึกภาพห้างสรรพสินค้าอันเละเทะก็เข้าใจทันที 

“เจ๋งมาก ว่าแต่จะคืนของที่กินเข้าไปแล้วได้หรือเปล่าล่ะ” 

ลูกแมวส่งเสียงคำราม มองจาวเหยาและมัจฉะอย่างแค้นเคืองก่อนตะโกนใส่ทั้งสอง “มองอะไรกัน! ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะกินพวกนายเข้าไปด้วย!” 

“ฮ่า! ยอมรับแล้วสินะ!” มัจฉะถูหัวเล็กๆ ของลูกแมวไปมา “คืนโทรศัพท์ฉันให้มาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าเธอ!” 

จาวเหยาส่ายหัว ไม่สนใจแมวทั้งสองที่กำลังทะเลาะกันต่อไป 

พวกเขามาถึงโรงพยาบาล ผลตรวจออกมาว่าลูกแมวนั้นมีสุขภาพดีเยี่ยม ไม่มีเห็บหมัด พยาธิ หรือเป็นโรคใดๆ 

หลังจากนั้นสัตวแพทย์หลิวก็เรียกจาวเหยาเข้าไปหา 

หมอหลิวยังคงสวมโค้ทสีขาว ขาคู่สวยสวมถุงน่องดำพาดไขว้กัน คิ้วขมวดเข้มเมื่อพิจารณาแฟ้มเอกสารในมือ 

เมื่อจาวเหยาเดินเข้ามา เธอก็เอ่ยขึ้น “ฉันว่าแมวตัวนี้มีปัญหานิดหน่อย” 

จาวเหยาถามขึ้นทันที “ปัญหาอะไรครับ? ไหนคุณว่าแมวตัวนี้สุขภาพดีไม่มีปัญหาอะไร?” 

“มันก็ใช่ แมวตัวนี้ไม่ได้เป็นโรคอะไร แต่กังวลว่าปัญหาที่เจอจะยุ่งยากกว่านั้น” หมอหลิวอธิบายต่อ “ลูกแมวตัวเมียตัวนี้อาจจะเป็นแมวแคระ” 

“แมวแคระ?” 

“รู้จักโรคแคระแกร็นใช่ไหม? แมวแคระก็เป็นแมวที่ได้รับผลกระทบจากโรคนี้” คุณหมออธิบายต่ออย่างละเอียด “สาเหตุอาจเกิดจากการขาดสารอาหารหรือขาดออกซิเจนขณะอยู่ในครรภ์ หรือมีข้อบกพร่องทางพันธุกรรม แมวพวกนี้จะไม่โตขึ้นไปกว่านี้อีก” 

จาวเหยาหันมองลูกแมวขนาดตัวเท่าฝ่ามือ “จะไม่โตขึ้นแล้วหรือครับ? แล้วจะเป็นปัญหาอะไรไหมครับ” 

“แน่นอนว่าอาจมีภาวะแทรกซ้อน โดยปกติแมวแคระจะแบบบางและมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอกว่าแมวทั่วไป และมีแนวโน้มที่อายุขัยจะสั้นกว่าด้วย” หมอหลิวถอนหายใจ “ถ้าคุณต้องการที่จะรับเลี้ยงแมวตัวนี้ก็ต้องดูแลเอาใจใส่แกเป็นพิเศษ” 

ทันใดนั้นจาวเหยาถามขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ “แล้วแมวตัวนี้อายุเท่าไหร่ครับ? เห็นดูตัวเล็กแบบนี้” 

สัตวแพทย์โค้งปากใช้ความคิด “ฉันคงให้เป็นตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้ แต่ดูจากสุขภาพฟันแล้วน่าจะอยู่ที่ 2-3 ปี” 

“สามขวบแล้วหรอ?” จาวเหยาอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อว่าแมวขนาดเท่ามือของเขาจะมีอายุขนาดนั้น แมวตัวนี้แก่กว่ามัจฉะและอลิซาเบธเสียอีก 

คิดได้ดังนั้นจาวเหยาก็มองแมวตัวน้อยด้วยสีหน้าประหลาด 

อีกฝ่ายแยกเขี้ยวใส่จาวเหยาก่อนเสียงตะโกนดังขึ้นในหัว “เลิกมองฉันได้แล้ว! ฉันไม่ต้องการความสงสารจากนายหรอก! ขืนมองอีกฉันจะควักลูกตานายออกมาให้ดู” 

เพราะว่าเป็นโรคแคระแกร็น ตัวก็เลยเล็กแบบนั้น ขาทั้งสี่ข้างสั้นป้อมทำให้ดูปุ๊กลุ๊กยิ่งกว่าเดิม หัวดูโตเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับขนาดตัว มันคำรามใส่จาวเหยาเพื่อแสดงความโกรธ แต่จาวเหยากลับไม่ได้มองว่าน่ากลัวแถมยังดูน่ารักอีกต่างหาก 

เขายิ้มกับตัวเองพลางคิด “ตัวซ่าเลยละคนเนี้ย ทั้งที่ตัวเล็กนิดเดียวแต่อยู่มาได้นานขนาดนี้สินะ” 

จาวเหยาไม่ได้สนใจคำขู่ของแมวน้อยเลยสักนิด เขาอุ้มมันขึ้นมาและลูบหัวอย่างอ่อนโยน “มั่นใจได้เลยตัวน้อย เธอปลอดภัยแน่เมื่อมาอยู่กับเรา เราไม่ทำอะไรเธอหรอก” 

แมวน้อยไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่มองจาวเหยาด้วยดวงตากลมโตของมันเท่านั้น เพียงครู่เดียวก็รู้สึกถึงความอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน จาวเหยายังคงลูบหัวเธอต่อไป เธอรู้สึกเหมือนได้พบความสงบสุขเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมา 

ไม่นานนักแมวน้อยก็หลับตาเคลิ้ม ท่าทางเหมือนเพิ่งวางเป้ใบโตหลังกลับมาจากปีนเขา มันส่งเสียงในลำคอเบาๆ อย่างผ่อนคลาย 

“ไม่ได้นอนเงียบๆ แบบนี้มานานมากแล้ว…” คิดได้ดังนั้นก็ผล็อยหลับไปในที่สุด