+100%-

Chapter 54 ตะลุมบอน 

 

สิ่งมีชีวิตตัวน้อยนอนอยู่ใต้กองไม้แขวนเสื้อ 

ในที่สุดมัจฉะก็มองเห็นฝ่ายตรงข้ามชัดเจน 

ลูกแมวตัวน้อยขนสีดำขนาดตัวเท่าฝ่ามือ ดูแล้วน่าจะอายุ 2 หรือ 3 เดือน เป็นเพราะขนสีดำของมันที่ทำให้มัจฉะมองหาไม่เจอในความมืด 

“ว้าก ว้าก ย้าก ว้าก ย้าก!” 

ขณะเวลาหยุดเดิน มัจฉะระบายความขุ่นเคืองในใจด้วยกับตบหน้าเจ้าแมวน้อยหลายที เมื่อเวลากลับมาเดิน ลูกแมวน้อยนอนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดอยู่บนพื้น 

“นาย เจ้าขี้แพ้! อยากจะสู้กับฉันไหมอีกไหมล่ะ” มัจฉะยื่นมือชี้หน้าฝ่ายตรงข้าม “โทรศัพท์ฉันอยู่ไหน เอาคืนมา!” 

อีกฝ่ายขนตั้งชันขึ้นด้วยความโกรธ 

“เมี้ยว!” 

แมวน้อยอ้าปากร้องเสียงดัง พื้นที่พวกมันยืนอยู่ก็เริ่มหายไป มองดีๆ จะสังเกตเห็นพื้นกลายเป็นเส้นโค้งบางก่อนไหลเข้าไปในปากของลูกแมวราวกับโดนดูดเข้าไป

แมวตรงหน้ามัจฉะมีพลังที่แข็งแกร่งและเป็นลักษณะเฉพาะตัว ปากของมันเหมือนเป็นประตูไปสู่ช่องว่างอีกมิติหนึ่งซึ่งสามารถดูดอะไรเข้าไปก็ได้ 

มัจฉะผงะเมื่อเห็นลูกแมวดูดพื้นหายเข้าไปในปากของมัน “บ้าจริง อย่าบอกนะว่าเอาของที่แกกินเข้าไปคืนมาไม่ได้แล้ว โทรศัพท์ของฉันจะเป็นยังไงบ้างเนี่ย” 

“คืนโทรศัพท์ฉันมา!” มัจฉะตะโกนคว้าตัวลูกแมวน้อยไว้ 

แต่เจ้าแมวตัวน้อยไม่ได้สนใจมัจฉะเลยสักนิด มันอ้าปากเตรียมจะดูดสิ่งของรอบตัวอีกครั้ง

พื้นเริ่มหายไปทีละชั้น มันไม่ได้แตกหรือพังทลาย เพียงแต่ถูกดูดเข้าไปในปากลูกแมวตัวน้อยนิดเท่านั้น 

แต่ดูเหมือนพลังจะไม่มีผลกับสิ่งมีชีวิต มัจฉะเข้าตะลุมบอนแมวน้อยทันที ทั้งคู่ฟัดกันนัวแลกขาหน้าขาหลังกันไม่หยุด มัจฉะเดะไปที่ท้องลูกแมวขณะที่อีกฝ่ายเอาคืนด้วยการต่อยหน้ามันกลับ 

ตุ้บ! ตั้บ! ผัวะ! 

ทั้งคู่ยังคงฟัดกันนัว ลูกแมวน้อยอ้าปากใช้พลังที่กล้าแกร่งกว่าเดิม 

มันดูดเข้าไปทั้งพื้น เสา ซีเมนต์ ไปจนถึงเสาเหล็ก ทั้งอาคารเริ่มสั่นสะเทือน ทุกสิ่งอย่างร่วงกราวลงมาบนพื้น ทั่วทั้งบริเวณเกิดความวุ่นวายอย่างสมบูรณ์ 

แต่ทั้งสองก็ยังตะลุมบอนกันจนไถลงมาตามขั้นบันได 

ขณะที่มันกลิ้งหลุนๆ ลงมา มีมือคู่หนึ่งจับหลังคอของแมวทั้งคู่ได้ 

“ดูท่าวันนี้จะได้ของดีแฮะ ซูเปอร์แคท 2 ตัว” เจ้าของมือที่จับอยู่บนคอของแมวทั้งสองเป็นชายปริศนาที่มาพร้อมรอยยิ้ม ตัวใหญ่กล้ามโต ถ้าไม่ใช่นักเพาะกายก็คงเป็นนักมวยปล้ำ 

เขายิ้มกว้างจนปากแทบถึงหูเมื่อเห็นมัจฉะและแมวน้อยอีกตัวพยายามดิ้นให้พ้นจากมือของเขา 

เขาเห็นการต่อสู้ของทั้งสองมาตลอดและรอเวลาดีๆ เพื่อฉวยโอกาส 

เขาคิด “ตัวหนึ่งมีพลังดูดทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไปอีกมิติ อีกตัวก็เทเลพอร์ต โชคดีอะไรอย่างนี้ พลังดีๆ ทั้งนั้น”

ทั้งสองตัวยังคงพยายามตอบโต้ แมวน้อยอ้าปากเพื่อใช้พลัง พื้นที่อยู่ใต้เท้าของชายตรงหน้า ไปจนถึงเสื้อผ้า โทรศัพท์ กระเป๋าตังค์ และทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตถูกดูดหายเข้าไป 

“บ้าจริง” ชายตรงหน้ากัดฟันแน่นก่อนใช้พลังพิเศษของเขา ทั่วทั้งตัวเงาวับราวกับเคลือบด้วยโลหะเหมือนซีทรีพีโอจากเรื่องสตาร์วอร์ส 

พลังของอะพอสเซิ่ล – ผิวโลหะ 

พลังนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเขาให้พ้นจากสถานการณ์น่าอับอาย แต่ยังเป็นเกราะป้องกันเขาจากมัจฉะด้วย 

มัจฉะใช้พลังหยุดเวลาอีกครั้ง แต่มันก็ยังไม่สามารถหนีพ้นเงื้อมมือของอีกฝ่ายไปได้ แม้มันจะใช้กรงเล็บข่วนอีกฝ่ายแต่ก็ยังไร้ผล 

เมื่อแมวน้อยดูดทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนพื้นไปหมดแล้วมันก็หยุด

มันเริ่มหงุดหงิดมองชายผิวที่เป็นโลหะอย่างโกรธเคือง 

คนตรงหน้าถอนใจโล่ง “จบแล้วใช่ไหม พลังก็มีขีดจำกัดเหมือนกันนะ” 

ชายหนุ่มกระโดดขึ้นจากหลุม สายตาประเมินความเสียหายทั่วทั้งห้างสรรพสินค้าอย่างตื่นเต้น “พลังแข็งแกร่งอะไรอย่างนี้! น่าเสียดายที่ใช้กับสิ่งมีชีวิตไม่ได้ แต่ถ้าดูดสิ่งของเข้าไปได้ทั้งหมดละก็ไม่มีใครทำอะไรเธอได้หรอกจริงไหม” 

ว่าแล้วก็หันมามองทางมัจฉะ “หืม? ทำไมเธอไม่ใช้พลังเทเลพอร์ตหนีไปล่ะ อย่าบอกนะว่าโดนจับแล้วเทเลพอร์ตไม่ได้?” 

ชายหนุ่มอุ้มแมวทั้งสองในอ้อมแขนเดินตรงไปยังประตูทางออกอย่างสบายใจ 

“ฮ่าๆ ตัวหนึ่งเทเลพอร์ต อีกตัวดูดกลืนสิ่งของ บอสจะต้องดีใจแน่” 

 

อีกด้านหนึ่ง จาวเหยา เสี่ยวหมิง และจินเจี่ยเจียต่างได้ยินเสียงระเบิด รู้สึกพื้นสั่นสะเทือนเมื่อพวกเขากำลังไปจุดเกิดเหตุ 

“เกิดอะไรขึ้น” จินเจี่ยเจียตะโกน 

“แผ่นดินไหวหรือเปล่า” เสี่ยงหมิงเดา 

แต่จาวเหยารู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แผ่นดินไหว เป็นข้อสันนิษฐานอย่างดีเพราะตอนนี้เวลาหยุดเดินอีกแล้ว 

“มัจฉะกำลังสู้อยู่กับใครบางคน” 

“จะใช่แมวที่เราตามหาหรือเปล่า” 

จาวเหยามองรอบตัว “ฉันจะไปก่อนนะ ดูแลตัวเองด้วย อย่าตามมาใกล้มากเกินไป” 

เมื่อพูดจบเขาก็หายตัวไปโผล่ออีกที่ที่อยู่ไกลออกไป ก่อนเลี้ยวเข้าไปในมุมหนึ่งและหายตัวไปอีกครั้ง 

“เร็วมาก!” เสี่ยวหมิงอุทานอย่างตกใจ 

“โห อย่างกับหายตัวได้” จินเจี่ยเจียออกความเห็น 

เธอหันไปพูดกับผู้ชมบนสตรีม “ทุกคนคะ เห็นนั่นหรือเปล่า นายท่านของเรากระโดดไวอย่างกับเดอะแฟลชเลยค่ะ แว้บเดียวก็หายไปไกลกว่าร้อยเมตรแล้วค่ะ” 

แต่เธอไม่ได้สังเกตเลยว่าตัวเองนั้นหันกล้องผิดด้านอยู่ 

“เอ้า ไม่ได้ถ่ายไว้หรอ? พระเจ้า!” 

ผู้ชมต่างส่งความเห็นเข้ามากันมากมาย และส่วนใหญ่นั้นบอกว่าไม่เชื่อที่เธอพูด 

“ถ้าฉันโกหกเดี๋ยวกินผ้าอนามัยโชว์เลยก็ได้” เธอตอกกลับอย่างขุ่นเคือง 

“ให้ตายสิ” จินเจี่ยเจียบ่นงึมงำพลางหันกล้องไปอีกด้านที่จาวเหยาหายวับไป “ไปเร็ว ไปเร็ว! ฉันต้องถ่ายไว้ให้ได้”