+100%-

Chapter 52 ห้างสรรพสินค้า 

 

จาวเหยาตามข่าวลือที่น่าสนใจในอินเตอร์เน็ตมาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในตอนกลางคืน มีคนลือกันว่าสิ่งของหลายชิ้นถูกขโมย หรือสิ่งของหายไปต่อหน้าต่อตาพนักงานดูแลร้าน จนผู้คนต่างพูดกันว่าเป็นเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ

แต่จาวเหยารู้ว่าเบื้องหลังเรื่องนี้จะต้องเป็นแมวพิเศษเป็นแน่ 

เขาซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำ รอจนถึงเวลาห้างสรรพสินค้าปิดทำการ 

เขาส่งมัจฉะออกไปสำรวจสถานการณ์ด้านนอก แต่ดูเหมือนว่ามันจะยุ่งกับการอวดสกินที่ซื้อมาใหม่ 

เรื่องนี้ทำจาวเหยาขัดเคืองใจเป็นอย่างมาก แค่ให้ออกไปช่วยดูสถานการณ์แท้ๆ ยังมัวเล่นเกมอยู่ได้ 

จาวเหยาส่งข้อความเข้าไปในกลุ่ม “ไปหาเงินมาจากไหนมาซื้อสกิน? เอาเงินในบัญชีฉันไปซื้อหรอ?” 

มัจฉะไม่ตอบ ยิ่งทำให้จาวเหยายิ่งมีน้ำโห เขาตัดสินใจออกจากห้องน้ำหมายจะไปสั่งสอนแมวนั่นสักหมัดสองหมัด 

 

มัจฉะนอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนเก้าอี้นวดตัวหนึ่งที่ชั้นห้า ขณะที่จาวเหยายังคงรออยู่ในห้องน้ำ 

ขนเงางามดูสุขภาพดี น้ำหนักดูจะเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อยจากครั้งก่อน คงเพราะพักนี้ใช้ชีวิตหรูหราบวกกับความขี้เกียจส่วนตัวของมัน 

นอกจากโทรศัพท์มือถือในอุ้งมือยังมีกระเป๋าสะพายสีเขียวใบเล็กที่จาวเหยาขอให้มันสะพายมาด้วย 

ประโยชน์เดียวของกระเป๋าใบนี้คือเป็นที่เก็บโทรศัพท์มือถือ ทำให้จาวเหยาลากมัจฉะออกมาทำภารกิจข้างนอกได้ง่ายขึ้น ไม่งั้นมันก็คงจะอยู่แต่ในบ้านไม่ยอมออกไปไหนเป็นแน่ 

มัจฉะกำลังนอนเล่นเกม Mobile Legends อยู่บนเก้าอี้นวดเลยไม่เห็นข้อความจากจาวเหยาที่ส่งมาในแชทกลุ่ม 

ตัวละครซุนวูคงกำลังไล่ตีหลิวปังของฝ่ายตรงข้าม มัจฉะหัวเราะคิกคักกับตัวเอง “ฮ่าฮ่าฮ่า เจอฮีโร่ตัวที่เหมาะกับฉันแล้ว นี่แหละจะเป็นตัวประจำของฉัน” 

เก้าอี้นวดทำงานอย่างนุ่มนวล มัจฉะหลับตาส่งเสียงในลำคอด้วยความสบาย “เก้าอี้นี่สบายกว่าจาวเหยากับแมงโก้อีก กลับบ้านไปจะให้จาวเหยาซื้อให้สักตัว” 

ทันใดนั้น มีเสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังลั่นเมื่อเธอเห็นมัจฉะนอนบนเก้าอี้นวดท่าทางสบายทั้งยังมีโทรศัพท์ในมือ เธอรีบคว้าโทรศัพท์ของตัวเองออกมาไลฟ์วิดีโอ มือชี้ไปทางมัจฉะอย่างตกใจ 

“ทุกคน! คุณเห็นนั่นมั้ย แมว! แมวกำลังเล่นมือถือ!” 

แต่เมื่อจินเจี่ยเจียมองไปทางเก้าอี้นวดอีกครั้ง แมวอ้วนขี้เกียจก็หายไปแล้ว 

เธอมองกล้องในโทรศัพท์ของตัวเอง “ทุกคน! เห็นกันไหมคะ เมื่อกี้มีแมวหลี่ฮัวอยู่ตรงนั้นจริงๆ แต่แปปเดียวมันก็หายไปแล้ว ที่นี่มีอะไรไม่ชอบมาพากลจริงๆ ด้วย พวกเราจึงมาเพื่อการนี้ค่ะ” 

เธอหันไปมองคนข้างตัว “เสี่ยวหมิง คุณเห็นเมื่อกี้ไหม ห้างนี้มีเรื่องที่ไม่ธรรมดา! แมวอ้วนตัวหนึ่งจะหายไปแบบนั้นได้ยังไง เมื่อกี้มันเล่นโทรศัพท์อยู่ด้วยนะ ฉันเห็นมันกำลังเล่นโทรศัพท์มือถือเลย” 

อีกมุมหนึ่งของห้าง มัจฉะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าเดินเนิบนาบเข้าไปในความมืด มันบ่นหลังจากได้ยินจินเจี่ยเจียพูดถึงมัน “ชิ แมวหลี่ฮัวก็ตัวใหญ่แบบนี้แหละไม่รู้หรือไง ฉันอ้วนด้วยสายพันธุ์ต่างหาก” 

คนที่เห็นมัจฉะคือจินเจี่ยเจีย ผู้สตรีมวิดีโอบนโลกออนไลน์ และลูกหลานคนรวยคนหนึ่ง เสี่ยวหมิง พวกเขามาที่นี่เพื่อค้นหาสาเหตุของเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้น 

หลังเหตุการณ์ในคฤหาสน์ร้างคราวก่อน จินเจี่ยเจียก็ได้ออกค้นหาเรื่องเหนือธรรมชาติหลายครั้งและสตรีมสดแก่ผู้ชมของเธอ 

ข่าวลือเกี่ยวกับแมวพิเศษนั้นได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงนี้ หัวข้อเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติกลายมาเป็นประเด็นร้อน บวกกับความกระตือรือร้นและมีหน้าตาที่น่ารักทำให้ความนิยมของจินเจี่ยเจียค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันวิดีโอของเธอมีผู้ชมเฉลี่ยกว่าหนึ่งแสนคน 

มัจฉะที่อยู่ๆ ก็หายไปนั้นสร้างความฮือฮาบนช่องสตรีมของเธอเป็นอย่างมาก ชาวเน็ตต่างแสดงความเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

เสี่ยวหมิงสีหน้าเริ่มซีดขาว “เธอพูดถูก ฉันก็เห็นแมวตัวเมื่อกี้เหมือนกัน” 

ตั้งแต่เขาเห็นจาวเหยาใช้พลังพิเศษกำจัดผีเมื่อคราวก่อน เสี่ยวหมิงก็สนใจในเรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติมากขึ้น เขาจึงติดสอยห้อยตามจินเจี่ยเจียไปค้นหาเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดทุกที่ 

แม้ว่าตัวเขาเองจะไม่กล้าหาญเท่าจินเจี่ยเจีย แต่เขาก็เป็นผู้สนับสนุนหลักในช่องของเธอ

ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ก็เป็นธุรกิจหนึ่งของครอบครัวเขา จึงทำเรื่องให้พวกเขาเข้ามาหลังเวลาห้างปิดได้ 

จินเจี่ยเจียมองกล้องก่อนพูดเสียงเข้ม “ถึงเพื่อนๆ และผู้ชมนะคะ พวกเราเจอแมวปีศาจในห้างแห่งนี้ค่ะ เสี่ยวหมิงกับฉันจะเดินไปดูรอบๆ นะคะว่าวันนี้พวกเราจะเจออะไรบ้าง” 

ก่อนการค้นหาอันยาวนานจะเริ่มขึ้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาไกลๆ 

ส้นรองเท้าหนังกระทบกับพื้นเป็นจังหวะดังก้องไปทั่วทั้งห้างสรรพสินค้าที่ทั้งใหญ่ทั้งมืด จินเจี่ยเจียและเสี่ยวหมิงมองหน้ากันก่อนรีบเข้าไปซ่อนตัวหลังเคาน์เตอร์ 

“อะไรน่ะ? ฉันบอกให้คืนนี้รภป.ไม่ต้องเดินตรวจแล้วนี่นา” 

จินเจี่ยเจียมองไปทางต้นตอของเสียงด้วยความตื่นเต้น “หรือว่าจะเป็น? มันจะเป็นสิ่งที่เรารอ?” 

เสี่ยวหมิงหน้าซีด เหงื่อเย็นเริ่มซึมบนหน้า รู้สึกหวาดกลัวเหมือนเด็กที่กำลังดูหนังสยองขวัญ แม้ว่าเขาเองก็อยากจะออกมาค้นหาสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่เอาเข้าจริงก็กลัวจนฉี่แทบราดเหมือนกัน 

เมื่อเขาเห็นจินเจี่นเจียดูสนุกก็พูดขึ้น “เธอเลิกทำให้ทุกอย่างดูตื่นเต้นเร้าใจขนาดนั้นได้ไหมเนี่ย” เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดเบอร์ 110 “ถ้าเกิดเรื่องไม่ชอบมาพากลละก็ฉันจะกดโทรออกหาตำรวจทันทีเลย” 

“ทำไมนายกลัวขนาดนั้นเนี่ย?” จินเจี่ยเจียถาม “ขอฉันดูก่อนว่าเป็นใครกันแน่” ขณะที่พูดก็ค่อยๆ ยกกล้องขึ้นเหนือหัว 

“ทุกคน มาดูกันค่ะว่าใครอยู่ตรงนั้น” 

จินเจี่ยเจียค่อยๆ ยกกล้องขึ้นเหนือเคาน์เตอร์ เสี่ยวหมิงได้แต่จับชายเสื้อจินเจี่ยเจีย ในใจภาวนาไม่ให้ใครตรงนั้นมองเห็นพวกเขา 

เสียงฝีเท้าหยุดลงในทันใด ทั่วทั้งห้างกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง 

ความเงียบทำเสี่ยวหมิงหน้าซีดกว่าเดิม เขาพยายามกลืนน้ำลายเพื่อคลายความตึงเครียด มือพลางจับชายเสื้อคนข้างๆ ไม่ปล่อย 

ข้อความมากมายส่งเข้ามาในสตรีม 

“ฉันเห็นเด็กผู้หญิงชุดสีแดง” 

“เจี่ยเจีย มีใครบางคนนั่งอยู่บนไหล่ของคุณ” 

“เจี่ยเจีย วันนี้น่ารักกว่าทุกวันเลยนะ” 

จินเจี่ยเจียไม่ได้สนใจคอนเมนต์พวกนั้นพลางหันกล้องไปรอบๆ เพื่อมองหาเจ้าของเสียงฝีเท้า 

ทันใดนั้นมีเสียงปริศนาดังขึ้นจากข้างหลัง 

“พวกเธอสองคนอีกแล้วหรอ?”