+100%-

Chapter 37 แวดวงเพื่อน 

 

หลังจากได้ฟังโรลี่โพลี่อธิบายอย่างละเอียด จาวเหยาและแมวของเขาก็เข้าใจความหมายของการยืมพลัง

พูดง่ายๆ คือนอกจากแมวจะใช้พลังนั้นได้แล้ว ก็ยังสามารถมอบพลังให้มนุษย์ได้เป็นการชั่วคราว

จากที่ฟัง มนุษย์เป็นสายพันธุ์เดียวที่สามารถทำการยืมพลังพิเศษได้ ส่วนแมวที่มอบพลังก็จะยังใช้พลังได้อยู่เหมือนเดิม

แต่ใช่ว่ามนุษย์ทุกคนจะสามารถยืมพลังได้เช่นกัน

อย่างแรก คนที่ยืมพลังได้สำเร็จมีจำนวนน้อยมาก ขึ้นอยู่กับสุขภาพ ความแข็งแรง รวมไปถึงสภาพจิตใจของแต่ละคน

และแม้ว่าจะรับพลังไปแล้ว พลังที่ใช้ได้ก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของพลังทั้งหมดของแมวเท่านั้น

และตัวมนุษย์เองก็ต้องเชื่อใจในตัวแมวที่ยืมพลังมาด้วย ต้องไม่ขัดตอนมอบพลัง ทั้งมนุษย์และแมวต้องเชื่อมต่อกันทางกายภาพเพื่อให้สามารถมอบพลังได้สำเร็จ

“ตอนนี้มีคนยืมพลังไปได้นานที่สุดหนึ่งวัน พอครบวันพลังก็จะหายไปจากตัวมนุษย์เอง เมื่อได้พลังคืน พลังของแมวก็จะเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย นอกจากนี้แมวยังสามารถริบพลังคืนได้ทุกเมื่อ” โรลี่โพลี่เสริม

“โอ้?” จาวเหยาอุทาน “ถ้าได้พลังคืนจากมนุษย์ แมวก็จะพลังเพิ่มขึ้น? หมายความว่าถ้านายให้มนุษย์ยืมพลังหลายๆ คนละก็…”

“ไม่ได้หรอก” โรลี่โพลี่ขัด “ฉันพบกับมนุษย์มาพันกว่าคนแล้วในบราเธอร์ฮู้ด จนตอนนี้มีเพียงเจ้านายและไป๋ช้วนเท่านั้นที่สามารถยืมพลังจากฉันได้สำเร็จ คนที่สามารถรับพลังได้มีน้อยจริงๆ พลังที่ฉันได้เพิ่มมามีแค่ติ๊ดเดียวเท่านั้น”

“งั้นเหรอ แล้วมนุษย์สามารถยืมพลังได้กี่อย่าง”

“ฉันว่าได้แค่อย่างเดียวล่ะมั้ง ตามที่รู้ ร่างกายของพวกนั้นไม่สามารถรับพลังได้มากกว่า 1 อย่างหรอก”

จาวเหยายกมือขึ้นถูคาง เปรียบเทียบสิ่งที่ได้ฟังกับหนังสือที่เขามี ซึ่งหนังสือของเขาดูจะเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่าการให้มนุษย์ยืมพลังแมวไปใช้อะไรนี่อีก

ถ้าเทียบกับการยืมพลัง หนังสือของเขาคงเหมือนกับโปเกบอล หลังจากจับแมวที่มีพลังด้วยโปเกบอล เขาก็จะสามารถเลือกใช้พลังสลับกันได้หลายอย่าง ต่างกับคนทั่วไปที่สามารถถือพลังได้เพียงอย่างเดียว

ตอนนี้จาวเหยาอยากรู้ว่าถ้ามัจฉะให้มนุษย์คนอื่นยืมพลังจะเป็นอย่างไร แต่เขาก็ลองและพบว่ามันไม่ได้ผล แมวที่ถูกบันทึกข้อมูลลงในหนังสือและมีค่าความซื่อสัตย์ 100 คะแนนเต็มจะไม่สามารถให้ผู้อื่นยืมพลังได้

“อีกอย่างหนึ่ง นายรู้เรื่องมากมายนี้ได้ยังไง” จาวเหยาถามพลางหันไปมองโรลี่โพลี่

“ฉะ…ฉันได้ยินมา” โรลี่โพลี่ตอบตาใสอย่างไร้เดียงสา “ฉันรู้จักแมวที่มีพลังเยอะเลย”

พูดไปก็พยายามหยิบมือถือที่กำลังนั่งทับอยู่

“ดูสิ มีแชทกลุ่มของพวกเราซูเปอร์แคทด้วยนะ…”

จาวเหยาคว้ามือถือมาจากอุ้งเท้าอีกฝ่าย มองดูรายชื่อที่อยู่ในกลุ่ม และมีข้อความเข้ามาพอดี

หัวเสือดาว : ใครรู้วิธีหาเงินได้ไวกว่าการใช้พลังเทเลพอร์ตส่งของเดลิเวอร์รี่บ้าง 

“นายหัวเสือดาวต้องการเงินสินะ” ใครบางคนที่ชื่อไอดี ‘แฟนปลาแห้งหมายเลข 1’ พิมพ์ตอบกลับมา “นายไม่มีอนาคตแน่ถ้ายังมัวส่งเดลิเวอร์รี่อยู่อย่างนี้ ถ้านายเทเลพอร์ตได้ทำไมไม่ไปขายของเถื่อนจากยูนนานไปสามเหลี่ยมทองคำล่ะ ไม่ก็โคลัมเบียไปเลย”

แล้วหัวเสือดาวก็ตอบกลับมา “เวร แกจะให้ฉันโดนจับกินรึไงวะ”

“ทำไมต้องค้าของเถื่อน?” แมวอีกตัวที่ใช้ชื่อไอดี ‘หลิวปัง น่าฆ่าตุ้ยนุ้ย’ ตอบกลับมา “แค่ไปหาห้องเก็บทองสักที่ หยิบๆ แล้วหนีออกมา คราวก่อนฉันได้มาตั้งสิบล้าน ตอนนี้ก็ยังเหลืออีกเยอะเลย”

“เวร เมื่อวานแกยังยืมเงินไปซื้อเนื้อแช่แข็งอยู่เลย จะมามีสิบล้านอะไรล่ะ” หัวเสือดาวตอบ

“ก็ฉันไม่มีไอดี ก็เลยเปิดบัญชีออนไลน์ไม่ได้ ไม่มีบัญชีออนไลน์แล้วจะสั่งของจากเน็ตได้ไง ฉันก็ต้องยืมพวกนายสิ” หลิวปังนักฆ่าตุ้ยนุ้ยตอบกลับมา

“อย่าบอกนะว่าแอบใช้บัญชีของเจ้านายอ่ะ” หัวเสือดาวถามขึ้น

“เปล่า เจ้านายเริ่มสงสัยตั้งแต่ครั้งก่อนที่ฉันแอบเอาบัญชีนางไปซื้อคามินต์แล้ว หล่อนติดกล้องวงจรนอกห้องฉันแล้วด้วย” หลิวปังนักฆ่าตุ้ยนุ้ยตอบกลับมา “ตอนนี้ฉันต้องใช้คอมเพื่อนบ้านเล่นเน็ตเอาอ่ะ”

จาวเหยาอ่านบทสนทนาในกลุ่ม ดูรายชื่อไอดีของทุกคนแล้วครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ “สมาชิกทุกคนในกลุ่มนี้เป็นซูเปอร์แคทกันหมดเลย? พวกนายติดต่อกันทางวีแชท?” จาวเหยายังแทบไม่เชื่อว่าทำไมแมวพวกนี้ล้วนเก่งเทคโนโลยีกันนัก

“ก็ไม่เชิง” โรลี่โพลี่กระพริบตา “เจ้าของแมวบางคนก็อยู่ในกลุ่มด้วย”

แล้วในกลุ่มวีแชทจะแยกแมวกับคนออกได้ยังไง แม้ทุกคนดูชิลๆ แต่ก็ไม่ได้แสดงตัวตนในกลุ่มเท่าไร

“แล้วนายรู้เรื่องเกี่ยวกับแมวพิเศษในเมืองนี้มากแค่ไหน” จาวเหยาถามขึ้นอีกครั้ง

“มีแต่พระเจ้าที่รู้” โรลี่โพลี่ตอบ “แมวจรจัด แมวบ้าน แมวพิเศษ บางตัวก็ชอบปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ บางตัวก็วิ่งหนี บางตัวชอบที่อยู่กับคนและปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ ในขณะที่บางตัวได้แต่ซ่อนอยู่ในเงาและคอยคิดแต่ว่าชีวิตของมันจะทำอะไรดี ใครจะไปรู้ว่าแมวพวกนี้จะทำอะไร แมวพิเศษทุกตัวก็แค่แมวที่มีพลังตื่นขึ้นมา พวกมันก็กำลังพยายามเข้าใจมันอยู่”

จาวเหยาส่ายหัว เขาไม่ควรเชื่อเรื่องเล่าจากแมวของบราเธอร์ฮู้ด

เขายื่นโทรศัพท์คืนให้โรลี่โพลี่ “นายแอดฉันเข้ากลุ่มวีแชทได้ไหม”

“ได้สิ” โรลี่โพลี่ตกลง

“แอดฉันด้วย” มัจฉะแทรกขึ้น

อลิซาเบธพูดกับจาวเหยาผ่านทางความคิด “จาวเหยา ฉันอยากได้โทรศัพท์บ้าง ฉันอยากเป็นแบบมัจฉะ อยากเล่นเน็ตแล้วก็เข้ากลุ่มวีแชทด้วย”

“ไอดีนายชื่ออะไร ฉันจะแอดนายเข้ากลุ่ม” โรลี่โพลี่ถาม

“หลิวปังผู้แข็งแกร่ง” มัจฉะตอบอย่างมั่นใจ

จาวเหยาส่ายหน้าเมื่อเห็นแมวทั้งสองต่างแอดวีแชทกันด้วยอุ้งเท้าอย่างคล่องแคล่ว “หวังว่าถ้าให้มือถือไปแล้ว อลิซาเบธจะไม่ติดโทรศัพท์นะ” เขาคิด

จาวเหยาออกมาทั้งยังพาโรลี่โพลี่ออกมาด้วย และเขาก็พบไป๋ช้วนยืนรออยู่ตรงล็อบบี้ “นายยังอยู่อีกหรอ”

ไป๋ช้วนยังดูเหนียมอายและกลัวอยู่นิดหน่อย แต่สายตาที่มองจาวเหยาก็เปลี่ยนไปเป็นความตื่นเต้น “ทะ…ท่านปีศาจ ขอผมเป็นผู้ติดตามคุณได้ไหม”

“หือ? ติดตามฉัน?” จาวเหยางงงวย “นายต้องการอะไร”

“มันเป็นธรรมดาที่มนุษย์เราจะติดตามผู้นำที่แข็งแกร่งไม่ใช่หรือไง” ไป๋ช้วนมองจาวเหยา ในหัวของเขาจำภาพจาวเหยาได้ติดตา ทั้งการเทเลพอร์ตราวกับแสงแฟลช ทั้งปีกแห่งไฟ โครงกระดูกนรก การโจมตีทางจิตใจ การบังคับร่างกายผู้อื่น ไหนจะเปลี่ยนใบหน้าได้อีก

“ผมอยากติดตามคุณ ผมอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของนรก…”

ไป๋ช้วนคิดมาแล้วอย่างดี ก่อนหน้านี้เขาอยู่อย่างคนธรรมดาๆ ทั่วไปแม้ว่าจะทำงานหนักมาทั้งชีวิต หลังจากที่เขาได้รู้จักกับพลังพิเศษก็คิดได้ว่าควรที่จะติดตามจาวเหยาไป

ไป๋ช้วนไม่ทันพูดข้อเสนอจนจบ เจาเหยาเดินออกไปพร้อมกับพูด “ฉันไม่สนใจหรอก นายโตแล้ว ไปทำอะไรที่มันมีประโยชน์เถอะ เลิกคิดถึงเรื่องโง่ๆ สักที อย่างฉันก็แค่อยากมีเงินไว้ซื้อรถสักคัน ซื้อบ้านสักหลังเท่านั้น…”

“แต่ทำไม…” ไป๋ช้วนแทรกขึ้นมา “ด้วยพลังของคุณ คุณสามารถได้รับสิ่งที่ยิ่งใหญ่โดยไม่ต้องทำอะไรมากเลย คุณเปลี่ยนโลกใบนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นคุณมีพลังที่ลงตัวกันอย่างมาก ไม่มีทางเลยที่คุณจะเอาชนะโลกใบนี้ไม่ได้”

สายตาอันตื่นเต้นของไป๋ช้วนทำจาวเหยารู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “นายอายุเท่าไร?”

“ผม?” ไป๋ช้วนนิ่งไปชั่วครู่ “ปีนี้ก็ 18 แล้ว”

“โอ้!?” จาวเหยาเบิกตาด้วยความแปลกใจ “18? ฉันนึกว่านายสามสิบแล้วเสียอีก”

ไป๋ช้วนท่าทางเขินอายก่อนหยิบบัตรประชาชนออกมาจากกระเป๋า “ผมค่อนข้างดูโตกว่าอายุ แต่ผมกำลังจะ 18 ปีนี้”

เมื่อเห็นบัตรประชาชนก็รู้ว่าไป๋ช้วนพูดความจริง “อายุเท่านี้ทำไมทำงานแล้วล่ะ กลับไปเรียนเถอะ”