+100%-

ตอนที่ 40: สำเร็จ

เขากำหมัดของเขาในขณะที่เขาพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเอง

 

มายา ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่ดูแลเกมส์กำลังลอยอยู่ต่อหน้าเขา

 

ไรเดอร์ ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ไม่มีใครพูดอะไรกันสักระยะ ก่อนที่ ไรเดอร์ จะพูดขึ้นในที่สุด

 

“มาหาฉัน เธอต้องการอะไร?” เขาถาม มายา

 

“ฉันมาที่นี่เพื่อหาคำตอบจากคุณ” มายา พูดขณะที่เธอจ้องไปที่ ไรเดอร์

 

เธอยังทำการสแกนระบบทั้งหมดของ ดิวินนิที แต่เธอไม่พบสิ่งผิดปกติ ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจมาถาม ไรเดอร์ ด้วยตนเอง

 

“ได้สิ อยากรู้อะไรก็ถามมา” เขาตอบ

 

“คุณได้ทักษะ ‘ผู้หยั่งรู้’ มาได้อย่างไร ถ้าคุณบอกความจริงกับฉันตรงๆ คุณจะไม่ถูกลงโทษ อันที่จริง คุณจะได้รับรางวัล” เธอบอก ไรเดอร์

 

‘รางวัล? รางวัลที่เธอให้ฉันครั้งสุดท้ายมันยังไม่เพียงพออีกหรือ’ เขาคิดขณะจ้องมองเธอ

 

จู่ๆเขาก็คิดอะไรออก รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาในขณะที่เขามองไปที่เธอ

 

“ฉันสามารถบอกเธอได้ทุกเรื่อง แต่เธอต้องทำอะไรเพื่อฉันบ้าง” ไรเดอร์ พูดขึ้น.

 

“ได้สิ แต่บอกมาก่อน แล้วฉันจะให้ทุกอย่างที่คุณขอ” เธอตอบกลับ

 

“ไม่ ก่อนอื่นต้องทำก่อนแล้วฉันจะบอกเธอ” เขาพูดกับเธอในขณะที่เขาส่ายหน้า

 

“ได้สิ บอกฉันมาว่าคุณต้องการอะไร” เธอตอบทันที คำตอบสำหรับคำถามของเธอสำคัญสำหรับเธอมากกว่าสิ่งอื่นใด

 

“เรียกฉัน ปะป๊า สิ” เขาพูดสิ่งที่เขาไม่เคยคาดหวังว่าเขาจะพูดกับ AI โดยเฉพาะคนที่ดูเหมือนเด็กผู้หญิง

 

“อะไรนะ แน่ใจเหรอ” มายา มองเขาด้วยสีหน้าแปลก ๆ 

 

เธอคิดว่าเขาจะขออาวุธพิเศษหรือทักษะพิเศษอะไรทำนองนี้ แต่เธอไม่เคยคิดเลยว่าคำขอของเขาจะแปลกประหลาดขนาดนี้

 

“อืม นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการจากเธอ” เขาพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเมื่อมองมาที่เธอ

 

“ทั้งหมดที่ฉันต้องการคือให้เธอทำตามที่ฉันพูด ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้แล้ว” ไรเดอร์ พูดกับ มายา

 

เขาค่อนข้างรู้สึกเหมือนผู้ชายที่โตแล้วทำสิ่งที่ไม่ดี โชคดีที่ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่

 

มายา มองดูเขาอยู่ครู่หนึ่งขณะที่เธอพยายามประมวลผลว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างค่อนข้างแปลกสำหรับเธอ คำขอของเขานั้นเรียบง่าย แต่เธอรู้สึกเหมือนมีบางอย่างผิดปกติ

 

“เร็วเข้า ฉันมีเวลาไม่มาก ฉันต้องไปทำภารกิจอื่นต่อ” เขาพูดขณะที่เขามองไปที่เธอและทำท่าทางราวกับว่าเขากำลังจะจากไป

 

‘ก็ได้. ฉันจะทำตามที่คุณบอก” เธอพูดขึ้นในขณะที่ยังงงๆ

 

“ปะ…ป๊า” เธอพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

 

“อะไรนะ ฉันไม่ได้ยินที่เธอพูดเลย” ไรเดอร์ พูดราวกับว่าเขาไม่ได้ยินคำพูดของเธอ เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่เขาค่อนข้างสนุกกับมัน

 

“ปะป๊า บอกความลับของคุณมา!” เธอพูดอีกครั้ง แต่คราวนี้ดังกว่านี้หน่อย

 

[ติ๊ง! ภารกิจย่อยเสร็จสิ้นแล้ว โฮสต์ได้รับรางวัล… ความภูมิใจในตนเอง]

 

เขาได้ยินเสียงของ เจนัส

 

เขาค่อนข้างสนุกกับสถานการณ์ในตอนนี้ แต่คำพูดของ เจนัส กลับทำลายมัน ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพวกโรคจิตที่ทำอะไรสักอย่างให้ตนเองภูมิใจ

 

“เอาล่ะ ฉันได้ยินแล้ว แค่นั้นก็พอ” เขาพูดในขณะที่เขาตอบเธอ

 

“คุณยังไม่ได้ให้คำตอบฉัน!” เธอจ้องมองไปที่เขาพร้อมกับพูดขึ้น

 

“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ฉันต้องการคำตอบ” ไรเดอร์ เอ่ยถาม.

 

“คุณบอกว่าขอแค่อย่างเดียว” น้ำเสียงของเธอเริ่มมีความโกรธ

 

“ฉันมีคำขอหนึ่งข้อ แต่ฉันต้องการให้เธอบอกบางอย่างกับฉันด้วย เพราะฉันติดอยู่ในสถานการณ์นี้เพราะเธอ ฉันจะไม่บอกอะไรเธอถ้าเธอไม่ตอบฉันก่อน” เขาพูดกับเธอ

 

“ก็ได้ ถามคำถามของคุณมาสิ” ในที่สุดเธอก็พูด

 

“ทำไมฉันถึงรับอาชีพอะไรไม่ได้! ฉันไม่มีอาชีพอะไรเลย! ฉันควรทำยังไงดี?” ไรเดอร์ พูดออกมาราวกับว่าต้องการปลดปล่อย

 

“นั่นไม่ใช่ความผิดของฉัน คุณเป็นคนเลือกภารกิจของ เซเลม เอง ฉันทำอะไรไม่ได้ มันเป็นข้อจำกัดของภารกิจนั้น คุณสามารถเลือกได้เฉพาะอาชีพที่ เซเลม มีให้ และเพื่อให้ได้อาชีพนั้น คุณ….คุณจะได้รู้ว่าคุณต้องทำอะไรในอนาคต เคียวจันทราเป็นกุญแจสู่ทุกสิ่ง ฉันไม่สามารถบอกอะไรเกี่ยวกับภารกิจนี้ได้อีกแล้ว” มายา ตอบ.

 

“เซเลม มีอาชีพอะไร” เขาถามขึ้นด้วยความสงสัย

 

“อาชีพของเขาคือ ราชาปีศาจ” เธอตอบเขา และในขณะที่เธอพูดถึงอาชีพนี้ ไรเดอร์ รู้สึกเหมือนกับว่าเธอเกลียดอาชีพนี้เป็นอย่างมาก

 

แต่ถึงอย่างนั้น ไรเดอร์ ก็ยังตกตะลึงกับอาชีพพิเศษนี้

 

“นั่นสินะ… อย่างนี้เองเหรอ…” เขาพบว่ามันยากที่จะพูดคำต่อไปของเขา

 

“พอแล้ว! ตอบฉันมาเดี๋ยวนี้ ฉันทำตามคำขอของคุณแล้ว 2 ข้อ บอกฉันมาว่าคุณมีทักษะผู้หยั่งรู้ได้อย่างไร” เธอกลับมาที่หัวข้อหลักขณะที่เธอถามเขา

 

“ฉันได้ทักษะนั้นเป็นรางวัลจาก … ” ไรเดอร์ หยุดตัวเองขณะที่นึกอะไรขึ้นมาได้ เขาไม่ควรพูดชื่อ เจนัส

 

“ฉันได้ทักษะนี้มาจาก ดิวินนิที นี่แหละ แต่บางทีฉันอาจทำภารกิจพิเศษสำเร็จหรือผ่านเกณฑ์หรืออะไรทำนองนั้น บอกตามตรง ฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจ” ไรเดอร์ พูดแบบคลุมเครือ

 

มายา มองมาที่เขาขณะสังเกตุปฏิกิริยาของเขา แต่เธอไม่รู้สึกว่าเขากำลังโกหก การเต้นของหัวใจของเขาค่อนข้างปกติเช่นกัน

 

“แน่ใจนะว่าไม่รู้เรื่องอะไร” เธอถามอีกครั้ง

 

“ใช่” ไรเดอร์ตอบ

 

“แล้วให้ฉันเรียกว่า ปะป๊า ทำไม? มายา ถามต่อ

 

“ฉันทำตามสัญญาแล้วบอกในสิ่งที่เธอต้องการ ในทางกลับกัน เธอมาถามฉันอีกว่าฉันทำแบบนั้นไปทำไม นี่มันไม่ยุติธรรมเลยไม่ใช่เหรอ” ไรเดอร์ ตอบด้วยรอยยิ้ม

 

“เอาล่ะ ฉันต้องไปแล้ว”

 

ไรเดอร์ พูดขึ้นพร้อมกับก้าวเดินจากไป

 

แม้ว่าเขาต้องการแก้แค้น มายา แต่เขามีแผนของตัวเองว่าจะทำอย่างไร มันยังไม่ถึงเวลา เขาจึงต้องทำตัวให้เป็นปกติ